คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4063/2549 ฉบับเต็ม

#266779
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4063/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นางสมลักษณ์ นวลมณี โจทก์ร่วม นายบุญเตียงหรือเจ๊กหรือแจ๊ค พันธ์ข้าว กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 7 ทวิ (เดิม), มาตรา 226 เมื่อมีการจับกุมตัวจำเลยทั้งสามและแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสามแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งสิทธิให้จำเลยทั้งสามทราบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 7 ทวิ (เดิม) ซึ่งเป็นบทบังคับให้ผู้จับมีหน้าที่ต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบถึงสิทธิรวม 3 ประการ โดยเฉพาะประการที่ 1 คือพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายสองต่อสอง ดังนั้น บันทึกการจับกุมของจำเลยทั้งสาม จึงไม่อาจรับฟังได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 91, 92, 288, 289, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบหัวกระสุนปืน เศษชิ้นส่วนหัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน และหมวกนิรภัยของกลาง เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย และบวกโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ศาลรอการลงโทษไว้เข้ากับโทษคดีนี้ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้ว และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษจริงตามฟ้อง ระหว่างพิจารณา นางสมลักษณ์ภริยาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตเฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่น) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 371 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 6 เดือน สำหรับจำเลยที่ 1 ไม่อาจเพิ่มโทษได้ (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51) จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (ที่ถูกมาตรา 52 (1)) ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 4 เดือน รวมทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละตลอดชีวิต (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)) ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 86 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน บวกโทษจำคุก 10 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2903/2542 ของศาลชั้นต้น รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 14 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ริบของกลาง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ หัวกระสุนและเศษชิ้นส่วนหัวกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงให้ริบ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายผู้ยิงผู้ตายในขณะเกิดเหตุ และแม้โจทก์และโจทก์ร่วมได้นำพยานบุคคลมาเบิกความรวม 30 ปาก แต่พยานดังกล่าวล้วนเป็นพยานแวดล้อมกรณีทั้งสิ้น นอกจากนี้ เมื่อมีการจับกุมตัวจำเลยทั้งสามและแจ้งข้อหาดังกล่าวมาแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งสิทธิให้จำเลยทั้งสามทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ทวิ (เดิม) ซึ่งเป็นบทบังคับให้ผู้จับมีหน้าที่ต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบถึงสิทธิรวม 3 ประการ โดยเฉพาะประการที่ 1 คือพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายสองต่อสอง ดังนั้น บันทึกการจับกุมไม่อาจรับฟังได้ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเมื่อจำเลยทั้งสามนำสืบต่อสู้ว่าในชั้นจับกุมจำเลยทั้งสามมิได้รับแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ทวิ (เดิม) ดังกล่าวมาแล้ว ทั้งถูกทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพในชั้นสอบสวน เท่ากับปฏิเสธว่าคำรับสารภาพดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนพยานบุคคลปากอื่น ๆ ของโจทก์และโจทก์ร่วมก็ล้วนแล้วแต่เป็นพยานที่เบิกความถึงข้อเท็จจริงที่นอกเหนือไปจากเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ โดยเฉพาะโจทก์ร่วม นายวัชระ นายนคร นายเกียรติสุทธิ์ และนายอาคม เป็นพยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า มีการพูดถึงสาเหตุที่ผู้ตายถูกยิงว่าน่าจะมาจากการแข่งขันกันในการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสกลนคร ซึ่งกลุ่มของผู้ตายแข่งขันกับกลุ่มของพันเอกแฉล้ม และมีการทะเลาะกับพันเอกแฉล้ม อันเป็นการแตกต่างกับบันทึกถ้อยคำของจำเลยที่ 2 พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมจึงมีพิรุธและขัดแย้งกันเอง ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายที่ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (นันทชัย เพียรสนอง-สุมิตร สุภาดุลย์-คมวุฒ บุรีธนวัต) ศาลจังหวัดสกลนคร - นายภาสวร ตรงจิตซื่อสกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266779
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสกลนคร",
        "judge": "นายภาสวร ตรงจิตซื่อสกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสุพจน์ กิตติรักษนนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082023412"
    }
}
date
2549
deka_no
4063/2549
deka_running_no
4063
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "นันทชัย เพียรสนอง",
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "คมวุฒ บุรีธนวัต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 7 ทวิ (เดิม)",
            "ม. 226"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางสมลักษณ์ นวลมณี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบุญเตียงหรือเจ๊กหรือแจ๊ค พันธ์ข้าว กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 91, 92, 288, 289, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ ริบหัวกระสุนปืน เศษชิ้นส่วนหัวกระสุนปืน ปลอกกระสุนปืน และหมวกนิรภัยของกลาง เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย และบวกโทษจำคุกจำเลยที่ 2 ที่ศาลรอการลงโทษไว้เข้ากับโทษคดีนี้

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 1 รับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษมาแล้ว และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษจริงตามฟ้อง

ระหว่างพิจารณา นางสมลักษณ์ภริยาผู้ตายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูกอนุญาตเฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่น)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 371 ประกอบมาตรา 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 3 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ 6 เดือน สำหรับจำเลยที่ 1 ไม่อาจเพิ่มโทษได้ (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51) จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (ที่ถูกมาตรา 52 (1)) ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละตลอดชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 8 เดือน ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุกคนละ 4 เดือน รวมทุกกระทงแล้วคงให้จำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 3 คนละตลอดชีวิต (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3)) ส่วนจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 86 ให้จำคุกตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 33 ปี 4 เดือน บวกโทษจำคุก 10 เดือน ที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2903/2542 ของศาลชั้นต้น รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี 14 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก ริบของกลาง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ หัวกระสุนและเศษชิ้นส่วนหัวกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด จึงให้ริบ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์และโจทก์ร่วมไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายผู้ยิงผู้ตายในขณะเกิดเหตุ และแม้โจทก์และโจทก์ร่วมได้นำพยานบุคคลมาเบิกความรวม 30 ปาก แต่พยานดังกล่าวล้วนเป็นพยานแวดล้อมกรณีทั้งสิ้น นอกจากนี้ เมื่อมีการจับกุมตัวจำเลยทั้งสามและแจ้งข้อหาดังกล่าวมาแล้ว ไม่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งสิทธิให้จำเลยทั้งสามทราบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ทวิ (เดิม) ซึ่งเป็นบทบังคับให้ผู้จับมีหน้าที่ต้องแจ้งสิทธิให้ผู้ต้องหาทราบถึงสิทธิรวม 3 ประการ โดยเฉพาะประการที่ 1 คือพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายสองต่อสอง ดังนั้น บันทึกการจับกุมไม่อาจรับฟังได้ ในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเมื่อจำเลยทั้งสามนำสืบต่อสู้ว่าในชั้นจับกุมจำเลยทั้งสามมิได้รับแจ้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7 ทวิ (เดิม) ดังกล่าวมาแล้ว ทั้งถูกทำร้ายร่างกายให้รับสารภาพในชั้นสอบสวน เท่ากับปฏิเสธว่าคำรับสารภาพดังกล่าวพนักงานสอบสวนได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนพยานบุคคลปากอื่น ๆ ของโจทก์และโจทก์ร่วมก็ล้วนแล้วแต่เป็นพยานที่เบิกความถึงข้อเท็จจริงที่นอกเหนือไปจากเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ โดยเฉพาะโจทก์ร่วม นายวัชระ นายนคร นายเกียรติสุทธิ์ และนายอาคม เป็นพยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า มีการพูดถึงสาเหตุที่ผู้ตายถูกยิงว่าน่าจะมาจากการแข่งขันกันในการเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองสกลนคร ซึ่งกลุ่มของผู้ตายแข่งขันกับกลุ่มของพันเอกแฉล้ม และมีการทะเลาะกับพันเอกแฉล้ม อันเป็นการแตกต่างกับบันทึกถ้อยคำของจำเลยที่ 2 พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมจึงมีพิรุธและขัดแย้งกันเอง ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายที่ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000743.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549