คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5911/2548 ฉบับเต็ม

#266805
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5911/2548 นางสาวปัทมา พิบูลธนสาร โจทก์ บริษัทโรงพยาบาลวชิรปราการ จำกัด จำเลย พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 33, มาตรา 34 พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้ลูกจ้างซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์เป็นผู้ประกันตน และมาตรา 34 บัญญัติให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้าง และข้อความอื่นตามแบบที่เลขาธิการกำหนดต่อสำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตน เมื่อจำเลยเป็นนายจ้างโจทก์ จำเลยจึงต้องยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อโจทก์ อัตราค่าจ้าง และข้อความอื่นตามที่มาตรา 34 บัญญัติไว้ การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อันจะพึงมีในฐานะเป็นผู้ประกันตน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกหนังสือรับรองเงินเดือนและรับรองให้โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย และให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคมโดยจัดส่งประกันสังคมและส่งรายชื่อขอเข้าประกันสังคมให้โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลย แต่ไม่รับในส่วนที่ขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง แล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังนี้ 1. โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยหรือไม่ 2. กรณีโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วจำเลยจะต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือนและนำส่งเงินประกันสังคมและส่งรายชื่อเข้าประกันสังคมให้โจทก์หรือไม่ เพียงใด ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย แต่ไม่ปรากฏว่านายจ้างมีหน้าที่ตามกฎหมายให้ต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกจ้าง และไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายใดให้สิทธิแก่ลูกจ้างในการเรียกร้องให้นายจ้างต้องปฏิบัติให้ผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดได้ ส่วนการนำเงินส่งประกันสังคมและส่งรายชื่อเข้าประกันสังคมให้โจทก์นั้น จำเลยเป็นนายจ้างจึงมีหน้าที่ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้างและข้อความอื่นตามแบบที่เลขาธิการกำหนดต่อสำนักงานประกันสังคมตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 หากจำเลยมิได้ดำเนินการ สำนักงานประกันสังคมหรือโจทก์ก็มีอำนาจและสิทธิตามมาตรา 37 เรียกให้จำเลยดำเนินการยื่นแบบรายการที่มีชื่อโจทก์เป็นลูกจ้างได้ หากจำเลยโดยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการก็มีบทกำหนดโทษไว้ตามมาตรา 96 แห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลจึงไม่จำต้องสั่งให้ตามคำขอโจทก์ในการให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ให้ลูกจ้างซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์เป็นผู้ประกันตน" และมาตรา 34 บัญญัติว่า "ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้าง และข้อความอื่นตามแบบที่เลขาธิการกำหนดต่อสำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตน" เมื่อจำเลยเป็นนายจ้างโจทก์ จำเลยจึงต้องยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อโจทก์ อัตราค่าจ้าง และข้อความอื่นตามที่มาตรา 34 บัญญัติไว้ด้วย การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อันจะพึงมีในฐานะเป็นผู้ประกันตน ทั้งคำให้การของจำเลยก็มิได้ต่อสู้ว่าจำเลยไม่จำต้องยื่นแบบแสดงรายการดังกล่าว ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า หากจำเลยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการดังกล่าวก็มีโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งให้ตามคำขอของโจทก์จึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้จำเลยยื่นแบบรายการโดยมีรายชื่อโจทก์เป็นผู้ประกันตนอยู่ด้วยตามที่พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดไว้ และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อนว่าจำเลยเคยออกหนังสือรับรองการเป็นลูกจ้างและรับรองเงินเดือนให้โจทก์แล้วถึง 2 ครั้งจริงหรือไม่ ถ้อยคำในหนังสือมีอย่างไร เพียงพอแก่หน้าที่ของจำเลยแล้วหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ไปตามรูปคดี. (พิทยา บุญชู-ชวลิต ยอดเณร-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นางจิราวรรณ สุญาณวนิชกุล ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266805
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นางจิราวรรณ สุญาณวนิชกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ -",
        "judge": ""
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082028775"
    }
}
date
2548
deka_no
5911/2548
deka_running_no
5911
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533",
        "sections": [
            "ม. 33",
            "ม. 34"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวปัทมา พิบูลธนสาร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโรงพยาบาลวชิรปราการ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยออกหนังสือรับรองเงินเดือนและรับรองให้โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย และให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคมโดยจัดส่งประกันสังคมและส่งรายชื่อขอเข้าประกันสังคมให้โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งรับคำให้การของจำเลย แต่ไม่รับในส่วนที่ขออนุญาตเลิกจ้างกรรมการลูกจ้าง แล้วกำหนดประเด็นข้อพิพาทดังนี้ 1. โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยหรือไม่ 2. กรณีโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยแล้วจำเลยจะต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือนและนำส่งเงินประกันสังคมและส่งรายชื่อเข้าประกันสังคมให้โจทก์หรือไม่ เพียงใด

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย แต่ไม่ปรากฏว่านายจ้างมีหน้าที่ตามกฎหมายให้ต้องออกหนังสือรับรองเงินเดือนให้ลูกจ้าง และไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายใดให้สิทธิแก่ลูกจ้างในการเรียกร้องให้นายจ้างต้องปฏิบัติให้ผิดไปจากที่กฎหมายกำหนดได้ ส่วนการนำเงินส่งประกันสังคมและส่งรายชื่อเข้าประกันสังคมให้โจทก์นั้น จำเลยเป็นนายจ้างจึงมีหน้าที่ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้างและข้อความอื่นตามแบบที่เลขาธิการกำหนดต่อสำนักงานประกันสังคมตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 หากจำเลยมิได้ดำเนินการ สำนักงานประกันสังคมหรือโจทก์ก็มีอำนาจและสิทธิตามมาตรา 37 เรียกให้จำเลยดำเนินการยื่นแบบรายการที่มีชื่อโจทก์เป็นลูกจ้างได้ หากจำเลยโดยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการก็มีบทกำหนดโทษไว้ตามมาตรา 96 แห่งกฎหมายดังกล่าว ศาลจึงไม่จำต้องสั่งให้ตามคำขอโจทก์ในการให้จำเลยปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคม พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 33 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ให้ลูกจ้างซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์และไม่เกินหกสิบปีบริบูรณ์เป็นผู้ประกันตน" และมาตรา 34 บัญญัติว่า "ให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อผู้ประกันตน อัตราค่าจ้าง และข้อความอื่นตามแบบที่เลขาธิการกำหนดต่อสำนักงานภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ลูกจ้างนั้นเป็นผู้ประกันตน" เมื่อจำเลยเป็นนายจ้างโจทก์ จำเลยจึงต้องยื่นแบบรายการแสดงรายชื่อโจทก์ อัตราค่าจ้าง และข้อความอื่นตามที่มาตรา 34 บัญญัติไว้ด้วย การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมทำให้โจทก์ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์อันจะพึงมีในฐานะเป็นผู้ประกันตน ทั้งคำให้การของจำเลยก็มิได้ต่อสู้ว่าจำเลยไม่จำต้องยื่นแบบแสดงรายการดังกล่าว ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า หากจำเลยเจตนาไม่ยื่นแบบรายการดังกล่าวก็มีโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว จึงไม่จำต้องสั่งให้ตามคำขอของโจทก์จึงไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้จำเลยยื่นแบบรายการโดยมีรายชื่อโจทก์เป็นผู้ประกันตนอยู่ด้วยตามที่พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 กำหนดไว้ และให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยเสียก่อนว่าจำเลยเคยออกหนังสือรับรองการเป็นลูกจ้างและรับรองเงินเดือนให้โจทก์แล้วถึง 2 ครั้งจริงหรือไม่ ถ้อยคำในหนังสือมีอย่างไร เพียงพอแก่หน้าที่ของจำเลยแล้วหรือไม่ แล้วพิพากษาใหม่ไปตามรูปคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000793.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548