คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7217/2549 ฉบับเต็ม

#266868
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7217/2549 บริษัทบี แอล เอ็ม กรุ๊ป จำกัด โจทก์ บริษัทเจริญกรุง ซิตี้ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 204, มาตรา 368 การเปิดหน้าดินเพื่อตรวจสอบความเสียหายของเสาเข็มและการก่อสร้างอาคารเป็นขั้นตอนของงานที่จะต้องดำเนินการต่อหลังจากมีการตอกเสาเข็มเสร็จ ซึ่งแม้จะไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายว่าจะต้องดำเนินการเมื่อใด ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร มิฉะนั้นโจทก์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการภายในระยะอันพอสมควรเพื่อเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายนั้น จึงต้องถือว่าเสาเข็มที่โจทก์ตอกเสร็จแล้วไม่เกิดความเสียหาย จำเลยจึงต้องคืนเงินประกันให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 223,982 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 197,953.21 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถูกฟ้องล้มละลายและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด ต่อมาวันที่ 17 กรกฎาคม 2545 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 223,982 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 197,953.21 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 กรกฎาคม 2542) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 11,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้น 8,000 บาท ส่วนชั้นอุทธรณ์โจทก์ไม่แก้คดีจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องคืนเงินประกันดังกล่าวให้แก่โจทก์เมื่อใด จำเลยฎีกาสรุปได้ว่าจำเลยจะคืนเงินประกันให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน หลังจากได้มีการเปิดหน้าดินตรวจสอบความเสียหายของเสาเข็มแล้ว แต่ปัจจุบันจำเลยยังไม่ได้เปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายเพราะยังมิได้ก่อสร้างอาคาร เห็นว่า การเปิดหน้าดินเพื่อตรวจสอบความเสียหายของเสาเข็มและการก่อสร้างอาคารเป็นขั้นตอนของงานที่จะต้องดำเนินการต่อหลังจากมีการตอกเสาเข็มเสร็จแล้ว ซึ่งแม้จะไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายว่าจะต้องดำเนินการเมื่อใด ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร มิฉะนั้นโจทก์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา หรือหากจำเลยไม่ดำเนินการเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหาย จำเลยก็ไม่ต้องคืนเงินค่าประกันแก่โจทก์เลย เช่นนี้ จึงน่าจะไม่ถูกต้อง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ตอกเสาเข็มให้จำเลยแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2540 นับจนถึงวันที่โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยคืนเงินประกันเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2540 จึงเป็นระยะเวลาที่พอสมควรที่จำเลยจะต้องดำเนินการเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายแล้ว เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการ โจทก์ก็หาจำต้องบอกกล่าวให้จำเลยกระทำการก่อนดังที่จำเลยฎีกาไม่ การที่จำเลยไม่ดำเนินการภายในระยะอันพอสมควรเพื่อเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายนั้น จึงต้องถือว่าเสาเข็มที่โจทก์ตอกเสร็จแล้วไม่เกิดความเสียหาย จำเลยจึงต้องคืนเงินประกันให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (บุญส่ง น้อยโสภณ-ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์) ศาลแพ่งธนบุรี - นางสาวสุนิสา สมประสงค์ ศาลอุทธรณ์ - นายพีรพล พิชยวัฒน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266868
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งธนบุรี",
        "judge": "นางสาวสุนิสา สมประสงค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายพีรพล พิชยวัฒน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021115"
    }
}
date
2549
deka_no
7217/2549
deka_running_no
7217
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "บุญส่ง น้อยโสภณ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 204",
            "ม. 368"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบี แอล เอ็ม กรุ๊ป จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเจริญกรุง ซิตี้ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 223,982 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 197,953.21 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ถูกฟ้องล้มละลายและศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์โจทก์เด็ดขาด ต่อมาวันที่ 17 กรกฎาคม 2545 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอเข้าว่าคดีแทนโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 223,982 บาท กับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 197,953.21 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 กรกฎาคม 2542) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 11,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้น 8,000 บาท ส่วนชั้นอุทธรณ์โจทก์ไม่แก้คดีจึงไม่กำหนดค่าทนายความให้ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยต้องคืนเงินประกันดังกล่าวให้แก่โจทก์เมื่อใด จำเลยฎีกาสรุปได้ว่าจำเลยจะคืนเงินประกันให้แก่โจทก์ภายใน 30 วัน หลังจากได้มีการเปิดหน้าดินตรวจสอบความเสียหายของเสาเข็มแล้ว แต่ปัจจุบันจำเลยยังไม่ได้เปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายเพราะยังมิได้ก่อสร้างอาคาร เห็นว่า การเปิดหน้าดินเพื่อตรวจสอบความเสียหายของเสาเข็มและการก่อสร้างอาคารเป็นขั้นตอนของงานที่จะต้องดำเนินการต่อหลังจากมีการตอกเสาเข็มเสร็จแล้ว ซึ่งแม้จะไม่ได้ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายว่าจะต้องดำเนินการเมื่อใด ก็ย่อมเป็นที่เข้าใจกันได้ว่าจำเลยจะต้องดำเนินการภายในระยะเวลาอันสมควร มิฉะนั้นโจทก์จะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีกำหนดระยะเวลา หรือหากจำเลยไม่ดำเนินการเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหาย จำเลยก็ไม่ต้องคืนเงินค่าประกันแก่โจทก์เลย เช่นนี้ จึงน่าจะไม่ถูกต้อง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ตอกเสาเข็มให้จำเลยแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2540 นับจนถึงวันที่โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยคืนเงินประกันเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2540 จึงเป็นระยะเวลาที่พอสมควรที่จำเลยจะต้องดำเนินการเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายแล้ว เมื่อจำเลยไม่ดำเนินการ โจทก์ก็หาจำต้องบอกกล่าวให้จำเลยกระทำการก่อนดังที่จำเลยฎีกาไม่ การที่จำเลยไม่ดำเนินการภายในระยะอันพอสมควรเพื่อเปิดหน้าดินและตรวจสอบความเสียหายนั้น จึงต้องถือว่าเสาเข็มที่โจทก์ตอกเสร็จแล้วไม่เกิดความเสียหาย จำเลยจึงต้องคืนเงินประกันให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้ว

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000722.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549