คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7739/2549 ฉบับเต็ม

#266878
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7739/2549 บริษัทคอมฟอร์ม จำกัด โจทก์ บริษัทดูอิ้งเวล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 820, มาตรา 1167 แม้ตราที่ประทับของบริษัทโจทก์ในหนังสือมอบอำนาจจะมิใช่ตราประทับอันเดียวกับตราที่ได้จดทะเบียนไว้ แต่ก็มีรูปลักษณ์ ขนาดและตัวอักษรชื่อบริษัทโจทก์เช่นเดียวกับที่จดทะเบียนไว้ ทำให้สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นตราของโจทก์ เมื่อกรรมการ 2 ใน 5 คน ลงชื่อกระทำการแทนบริษัทโจทก์ตามข้อบังคับถูกต้อง หนังสือมอบอำนาจจึงสมบูรณ์ใช้บังคับผูกพันโจทก์ได้ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 431,201 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ข้องต้นเงิน 413,127 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 413,127 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 เมษายน 2541) ต้องไม่เกิน 18,074 บาท ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหนังสือรับรองระบุว่ากรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ได้ การที่กำหนดให้ประทับตราสำคัญของโจทก์ลงในเอกสารต่าง ๆ เช่นนี้ก็เพื่อแสดงว่าบริษัทเป็นผู้ทำเอกสารนั้น แม้ตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ตราประทับอันเดียวกับตราที่ได้จดทะเบียนไว้ แต่ก็มีรูปลักษณ์ ขนาด และอักษรชื่อบริษัทโจทก์เช่นเดียวกับตราที่จดทะเบียนไว้ สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นตราของโจทก์ เมื่อนายบวรและนายวิไชยกรรมการ 2 ใน 5 คน ของโจทก์ร่วมกันลงลายมือชื่อประทับตราดังกล่าวในหนังสือมอบอำนาจตรงตามข้อบังคับที่โจทก์กำหนดไว้ จึงมีผลว่าโจทก์เป็นผู้ทำหนังสือมอบอำนาจโดยถูกต้องสมบูรณ์ใช้บังคับผูกพันโจทก์ได้ โจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบว่าตราที่ประทับนั้นใช้อยู่เป็นประจำในกิจการของโจทก์ดังเช่นที่จำเลยฎีกากล่าวอ้าง โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์. (วัฒนชัย โชติชูตระกูล-พิทยา บุญชู-พิชัย อภิชาตอำมฤต) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวิเชียร วชิรประทีป ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266878
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายวิเชียร วชิรประทีป"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020674"
    }
}
date
2549
deka_no
7739/2549
deka_running_no
7739
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล",
    "พิทยา บุญชู",
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 820",
            "ม. 1167"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทคอมฟอร์ม จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทดูอิ้งเวล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 431,201 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ข้องต้นเงิน 413,127 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 413,127 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 29 เมษายน 2541) ต้องไม่เกิน 18,074 บาท ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 3,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหนังสือรับรองระบุว่ากรรมการที่มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของโจทก์กระทำการแทนโจทก์ได้ การที่กำหนดให้ประทับตราสำคัญของโจทก์ลงในเอกสารต่าง ๆ เช่นนี้ก็เพื่อแสดงว่าบริษัทเป็นผู้ทำเอกสารนั้น แม้ตราที่ประทับในหนังสือมอบอำนาจไม่ใช่ตราประทับอันเดียวกับตราที่ได้จดทะเบียนไว้ แต่ก็มีรูปลักษณ์ ขนาด และอักษรชื่อบริษัทโจทก์เช่นเดียวกับตราที่จดทะเบียนไว้ สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นตราของโจทก์ เมื่อนายบวรและนายวิไชยกรรมการ 2 ใน 5 คน ของโจทก์ร่วมกันลงลายมือชื่อประทับตราดังกล่าวในหนังสือมอบอำนาจตรงตามข้อบังคับที่โจทก์กำหนดไว้ จึงมีผลว่าโจทก์เป็นผู้ทำหนังสือมอบอำนาจโดยถูกต้องสมบูรณ์ใช้บังคับผูกพันโจทก์ได้ โจทก์ไม่จำเป็นต้องนำสืบว่าตราที่ประทับนั้นใช้อยู่เป็นประจำในกิจการของโจทก์ดังเช่นที่จำเลยฎีกากล่าวอ้าง โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา 3,000 บาท แทนโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000718.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549