คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6520/2549 ฉบับเต็ม

#266881
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6520/2549 นายสันติ วุฒิเลิศวรวงศ์ โจทก์ บริษัทพี.จี.เอ. จำกัด จำเลย นายวิรุฬ เจนวรานนท์ กับพวก จำเลยร่วม ป.พ.พ. มาตรา 1358 วรรคสอง, มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง ป.อ. มาตรา 337 โจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารพิพาทร่วมกัน เดิมโจทก์ให้บริษัทจำเลยใช้อาคารพิพาทประกอบการค้า ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาท แต่หลังจากนั้นจำเลยร่วมทั้งสองให้จำเลยเช่าอาคารพิพาท แม้การทำหนังสือสัญญาเช่าระหว่างจำเลยร่วมทั้งสองจำเลยดังกล่าวโจทก์จะไม่ทราบ แต่การให้เช่าอาคารพิพาทถือเป็นการจัดการธรรมดาตาม ป.พ.พ. มาตรา 1358 วรรคสอง ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของรวมและนอกจากจะไม่เสียหายแล้วกลับมีประโยชน์ยิ่งกว่า เพราะเดิมโจทก์เพียงให้จำเลยอาศัยโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จำเลยร่วมทั้งสองให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทโดยคิดค่าเช่า กรณีไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินในทางขัดต่อสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของรวม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง แม้โจทก์จะไม่ตกลงยินยอมด้วยก็ตามแต่จำเลยร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของรวมย่อมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินได้เช่นกันจึงมีสิทธิทำสัญญาให้จำเลยเช่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาท และส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 310,000 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาทและส่งมอบอาคารพิพาทแก่โจทก์ ระหว่างพิจารณา นายวิรุฬที่ 1 และนายประวิทย์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาท และส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 6,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 16 มิถุนายน 2543) จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาทและส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย คำขออื่นให้ยก ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์ จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองร่วมกันสร้างอาคารพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า โดยโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทจำเลยขึ้น มีโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองเป็นกรรมการ โดยมีเจตนาที่จะให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินการเก็บค่าเช่าจากผู้ที่มาเช่าห้องพักในอาคารพิพาทแทนเจ้าของรวม และให้จำเลยตั้งสำนักงานอยู่ในอาคารพิพาทโดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองมีกรณีพิพาทกันถึงขั้นแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อกันและจำเลยร่วมทั้งสองได้ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจำเลย ลงมติปลดโจทก์ออกจากกรรมการของจำเลย เมื่อโจทก์ทราบเรื่องว่าถูกปลดจากการเป็นกรรมการของจำเลยจึงได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาท จำเลยร่วมทั้งสองผู้เป็นเจ้าของรวมจึงทำหนังสือสัญญาเช่าให้จำเลยเช่าอาคารพิพาท ดังนี้ แม้การทำหนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวจะได้กระทำไปโดยโจทก์ไม่ทราบ แต่การให้เช่าอาคารพิพาทก็ถือเป็นการจัดการธรรมดาและเป็นไปตามเจตนาเดิมของโจทก์กับจำเลยทั้งสองที่ร่วมกันก่อสร้างอาคารพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า อันตรงตามวัตถุประสงค์แห่งเจ้าของรวม นอกจากจะไม่เสียหายแล้วยังกลับจะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นกว่า เพราะเดิมโจทก์เพียงแต่ทำหนังสือสัญญาให้จำเลยอาศัยอยู่ในอาคารพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จำเลยร่วมทั้งสองกลับให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทโดยคิดค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท การที่จำเลยร่วมทั้งสองได้ทำหนังสือสัญญาเช่าให้จำเลยเช่าในอาคารพิพาท จึงไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินในทางขัดต่อสิทธิของโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าของรวมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง แม้ว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมจะไม่ตกลงยินยอมด้วยก็ตาม แต่จำเลยร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของรวมย่อมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินได้เช่นกัน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท. (ชัชลิต ละเอียด-สมชัย จึงประเสริฐ-บุญรอด ตันประเสริฐ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายภคเชษ มีพันลม ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266881
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายภคเชษ มีพันลม"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญสิทธิ์ คงสุวรรณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021468"
    }
}
date
2549
deka_no
6520/2549
deka_running_no
6520
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ชัชลิต ละเอียด",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1358 วรรคสอง",
            "ม. 1360 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 337"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสันติ วุฒิเลิศวรวงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทพี.จี.เอ. จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลยร่วม",
        "name": "นายวิรุฬ เจนวรานนท์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาท และส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 310,000 บาท แก่โจทก์ และค่าเสียหายเดือนละ 5,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาทและส่งมอบอาคารพิพาทแก่โจทก์

ระหว่างพิจารณา นายวิรุฬที่ 1 และนายประวิทย์ที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาท และส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 6,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 3,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 16 มิถุนายน 2543) จนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารพิพาทและส่งมอบอาคารพิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย คำขออื่นให้ยก ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี

จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยและจำเลยร่วมใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์

จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองร่วมกันสร้างอาคารพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า โดยโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทจำเลยขึ้น มีโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองเป็นกรรมการ โดยมีเจตนาที่จะให้จำเลยเป็นผู้ดำเนินการเก็บค่าเช่าจากผู้ที่มาเช่าห้องพักในอาคารพิพาทแทนเจ้าของรวม และให้จำเลยตั้งสำนักงานอยู่ในอาคารพิพาทโดยไม่ต้องเสียค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์กับจำเลยร่วมทั้งสองมีกรณีพิพาทกันถึงขั้นแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญาต่อกันและจำเลยร่วมทั้งสองได้ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นจำเลย ลงมติปลดโจทก์ออกจากกรรมการของจำเลย เมื่อโจทก์ทราบเรื่องว่าถูกปลดจากการเป็นกรรมการของจำเลยจึงได้ให้ทนายความมีหนังสือแจ้งให้จำเลยออกจากอาคารพิพาท จำเลยร่วมทั้งสองผู้เป็นเจ้าของรวมจึงทำหนังสือสัญญาเช่าให้จำเลยเช่าอาคารพิพาท ดังนี้ แม้การทำหนังสือสัญญาเช่าดังกล่าวจะได้กระทำไปโดยโจทก์ไม่ทราบ แต่การให้เช่าอาคารพิพาทก็ถือเป็นการจัดการธรรมดาและเป็นไปตามเจตนาเดิมของโจทก์กับจำเลยทั้งสองที่ร่วมกันก่อสร้างอาคารพิพาทเพื่อให้บุคคลภายนอกเช่า อันตรงตามวัตถุประสงค์แห่งเจ้าของรวม นอกจากจะไม่เสียหายแล้วยังกลับจะมีประโยชน์มากยิ่งขึ้นกว่า เพราะเดิมโจทก์เพียงแต่ทำหนังสือสัญญาให้จำเลยอาศัยอยู่ในอาคารพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน แต่จำเลยร่วมทั้งสองกลับให้จำเลยเช่าอาคารพิพาทโดยคิดค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท การที่จำเลยร่วมทั้งสองได้ทำหนังสือสัญญาเช่าให้จำเลยเช่าในอาคารพิพาท จึงไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินในทางขัดต่อสิทธิของโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าของรวมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 วรรคหนึ่ง แม้ว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าของรวมจะไม่ตกลงยินยอมด้วยก็ตาม แต่จำเลยร่วมทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าของรวมย่อมมีสิทธิใช้สอยทรัพย์สินได้เช่นกัน โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยและจำเลยร่วมทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000725.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549