คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8979/2549 ฉบับเต็ม

#266896
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8979/2549 บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด โจทก์ บริษัทเสรีภัณฑ์ เอส. แพค. จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 229 จำเลยที่ 1 และที่ 6 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่จำเลยที่ 1 และที่ 6 ไม่ได้อุทธรณ์ในเนื้อหาแห่งคดี ซึ่งผลของการอุทธรณ์ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นต้องถูกยกไปด้วย อันมิใช่เป็นกรณีที่จะต้องวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 การที่จำเลยที่ 1 และที่ 6 อ้างว่า เงินค่าธรรมเนียมมีจำนวนสูง จำเลยที่ 1 และที่ 6 ได้พยายามติดต่อขอยืมเงินจากบุคคลภายนอกไว้แล้ว แต่บุคคลภายนอกซึ่งรับปากจะให้ยืมเงินประสบปัญหาธุรกิจไม่สามารถให้ยืมเงินได้ ประกอบกับปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำนั้น ยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของ ป.วิ.พ. มาตรา 23 ที่ศาลจะมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้เงินแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งเจ็ดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 6 อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ไม่ยอมสาบานตนภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนและยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 และที่ 6 หากจำเลยที่ 1 และที่ 6 ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 6 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีก 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นอนุญาตให้จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2547 วันที่ 22 มิถุนายน 2547 จำเลยที่ 1 และที่ 6 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินอีกโดยอ้างว่าเนื่องจากค่าธรรมเนียมมีเป็นจำนวนสูงถึง 400,000 บาทเศษ จำเลยที่ 1 และที่ 6 ได้พยายามติดต่อขอหยิบยืมเงินจากบุคคลภายนอกไว้แล้วแต่เนื่องจากบุคคลภายนอกซึ่งรับปากจะให้จำเลยที่ 1 และที่ 6 ยืมเงินประสบปัญหาธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียนจึงไม่สามารถให้ยืมเงินได้ จำเลยที่ 1 และที่ 6 ไม่สามารถรวบรวมเงินค่าธรรมเนียมได้ครบตามกำหนดระยะเวลาที่ขอขยายไว้ประกอบกับปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีกมีกำหนด 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 1 และที่ 6 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 6 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 6 จำเลยที่ 1 และที่ 6 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 และที่ 6 ไม่ได้อุทธรณ์ในเนื้อหาแห่งคดี แต่เป็นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่จำเลยที่ 1 และที่ 6 ซึ่งผลของการอุทธรณ์ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นต้องถูกยกไปด้วย อันมิใช่เป็นกรณีที่จะต้องวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 ข้ออ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 6 ที่ว่า ค่าธรรมเนียมมีเป็นจำนวนสูงถึง 400,000 บาทเศษ จำเลยที่ 1 และที่ 6 ได้พยายามติดต่อขอหยิบยืมเงินจากบุคคลภายนอกไว้แล้ว แต่เนื่องจากบุคคลภายนอกซึ่งรับปากจะให้จำเลยที่ 1 และที่ 6 ยืมเงินประสบปัญหาธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียนไม่สามารถให้ยืมเงินได้ ประกอบกับปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจำเลยที่ 1 และที่ 6 จึงไม่สามารถรวบรวมเงินค่าธรรมเนียมศาลได้ครบตามกำหนดระยะเวลาที่ขอขยายไว้นั้น พฤติการณ์ดังที่จำเลยที่ 1 และที่ 6 อ้างมานั้นยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่ศาลจะมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้ พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-เรวัตร อิศราภรณ์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายวชิรวิทย์ พันธุ์สวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายฐานันท์ วรรณโกวิท แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266896
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครราชสีมา",
        "judge": "นายวชิรวิทย์ พันธุ์สวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายฐานันท์ วรรณโกวิท"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020101"
    }
}
date
2549
deka_no
8979/2549
deka_running_no
8979
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทเสรีภัณฑ์ เอส. แพค. จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันชำระหนี้เงินแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งเจ็ดไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งเจ็ดบังคับชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ กับให้จำเลยทั้งเจ็ดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท จำเลยที่ 1 และที่ 6 อุทธรณ์พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา แต่ไม่ยอมสาบานตนภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดไต่สวนและยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยที่ 1 และที่ 6 หากจำเลยที่ 1 และที่ 6 ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วัน หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 และที่ 6 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลออกไปอีก 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายศาลชั้นต้นอนุญาตให้จนถึงวันที่ 22 มิถุนายน 2547

วันที่ 22 มิถุนายน 2547 จำเลยที่ 1 และที่ 6 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินอีกโดยอ้างว่าเนื่องจากค่าธรรมเนียมมีเป็นจำนวนสูงถึง 400,000 บาทเศษ จำเลยที่ 1 และที่ 6 ได้พยายามติดต่อขอหยิบยืมเงินจากบุคคลภายนอกไว้แล้วแต่เนื่องจากบุคคลภายนอกซึ่งรับปากจะให้จำเลยที่ 1 และที่ 6 ยืมเงินประสบปัญหาธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียนจึงไม่สามารถให้ยืมเงินได้ จำเลยที่ 1 และที่ 6 ไม่สามารถรวบรวมเงินค่าธรรมเนียมได้ครบตามกำหนดระยะเวลาที่ขอขยายไว้ประกอบกับปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ขอขยายระยะเวลาวางเงินออกไปอีกมีกำหนด 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ 1 และที่ 6 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 และที่ 6 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 6

จำเลยที่ 1 และที่ 6 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยที่ 1 และที่ 6 ไม่ได้อุทธรณ์ในเนื้อหาแห่งคดี แต่เป็นเรื่องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมศาลแก่จำเลยที่ 1 และที่ 6 ซึ่งผลของการอุทธรณ์ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นต้องถูกยกไปด้วย อันมิใช่เป็นกรณีที่จะต้องวางเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229

ข้ออ้างของจำเลยที่ 1 และที่ 6 ที่ว่า ค่าธรรมเนียมมีเป็นจำนวนสูงถึง 400,000 บาทเศษ จำเลยที่ 1 และที่ 6 ได้พยายามติดต่อขอหยิบยืมเงินจากบุคคลภายนอกไว้แล้ว แต่เนื่องจากบุคคลภายนอกซึ่งรับปากจะให้จำเลยที่ 1 และที่ 6 ยืมเงินประสบปัญหาธุรกิจขาดเงินทุนหมุนเวียนไม่สามารถให้ยืมเงินได้ ประกอบกับปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจตกต่ำจำเลยที่ 1 และที่ 6 จึงไม่สามารถรวบรวมเงินค่าธรรมเนียมศาลได้ครบตามกำหนดระยะเวลาที่ขอขยายไว้นั้น พฤติการณ์ดังที่จำเลยที่ 1 และที่ 6 อ้างมานั้นยังถือไม่ได้ว่าเป็นกรณีมีพฤติการณ์พิเศษตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ที่ศาลจะมีอำนาจสั่งขยายระยะเวลาการวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมให้ได้

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000713.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549