คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6364/2549 ฉบับเต็ม

#266902
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6364/2549 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นายไกรวุฒิ จับปล่อย กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, มาตรา 66 ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยวิธีการคือ นำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดให้ละเอียดกับครกและผสมสีผสมอาหารสีส้ม จากนั้นจึงนำมาบดอัดเป็นเม็ด ฟ้องของโจทก์จึงมิได้บรรยายให้เห็นว่าสิ่งที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตมีส่วนประกอบของเมทแอมเฟตามีน เมื่อฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงการกระทำอันเป็นความผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) แม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน ก็ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดดังกล่าวมิได้ เนื่องจากฟ้องโจทก์ในส่วนผลิตไม่ชอบเสียแล้ว ฟ้องโจทก์ในส่วนเสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าวจึงไม่ชอบไปด้วย (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 5/2549) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 65 วรรคสอง, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 91 ริบของกลาง และบวกโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3436/2541 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่รับข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้บวกโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมีความผิดตามมาตรา 91 ด้วย) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 65 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษกระทงหลังมาบวกกับกระทงแรกได้และไม่อาจบวกโทษของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ได้ ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยวิธีการคือ นำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดให้ละเอียดกับครกและผสมกับสีผสมอาหารสีส้มจากนั้นจึงนำมาบดอัดเป็นเม็ด โดยใช้อุปกรณ์เป็นเบ้าเหล็กสำหรับอัดให้เป็นเม็ดและใช้เหล็กแท่งที่ด้านหัวสลักอักษรดับเบิลยู วาย ตอกอัดเข้าไปให้แน่นและออกมาเป็นเม็ดเมทแอมเฟตามีน ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและจำเลยทั้งสองได้เสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าว ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้เห็นว่า สิ่งที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตมีส่วนประกอบของเมทแอมเฟตามีน เมื่อฟ้องบรรยายว่า จำเลยทั้งสองนำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดและผสมกับสีผสมอาหาร ฟ้องโจทก์จึงมิได้บรรยายถึงการกระทำอันเป็นความผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และแม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนก็ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดดังกล่าวมิได้ เนื่องจากฟ้องโจทก์ในส่วนผลิตไม่ชอบเสียแล้ว ฟ้องโจทก์ในส่วนเสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าวจึงไม่ชอบไปด้วย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง. (จิระวรรณ ศิริบุตร-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-ดลจรัส รัตนโศภิต) ศาลจังหวัดสระบุรี - นายปิติ นาถะภักติ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266902
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระบุรี",
        "judge": "นายปิติ นาถะภักติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021572"
    }
}
date
2549
deka_no
6364/2549
deka_running_no
6364
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 66"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไกรวุฒิ จับปล่อย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 65 วรรคสอง, 66, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 58, 83, 91 ริบของกลาง และบวกโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3436/2541 ของศาลชั้นต้น เข้ากับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่รับข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีน และจำเลยที่ 2 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเป็นเหตุขอให้บวกโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 57, 65 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมีความผิดตามมาตรา 91 ด้วย) การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่าย และร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายตามมาตรา 65 วรรคสอง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต ทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (1) คงให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต และฐานร่วมกันเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนำโทษกระทงหลังมาบวกกับกระทงแรกได้และไม่อาจบวกโทษของจำเลยที่ 2 ที่รอการลงโทษไว้ได้ ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนด้วยวิธีการคือ นำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดให้ละเอียดกับครกและผสมกับสีผสมอาหารสีส้มจากนั้นจึงนำมาบดอัดเป็นเม็ด โดยใช้อุปกรณ์เป็นเบ้าเหล็กสำหรับอัดให้เป็นเม็ดและใช้เหล็กแท่งที่ด้านหัวสลักอักษรดับเบิลยู วาย ตอกอัดเข้าไปให้แน่นและออกมาเป็นเม็ดเมทแอมเฟตามีน ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันผลิตเมทแอมเฟตามีนเพื่อจำหน่ายและจำเลยทั้งสองได้เสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าว ฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้เห็นว่า สิ่งที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตมีส่วนประกอบของเมทแอมเฟตามีน เมื่อฟ้องบรรยายว่า จำเลยทั้งสองนำเอายาแก้ปวดทั่วไปมาบดและผสมกับสีผสมอาหาร ฟ้องโจทก์จึงมิได้บรรยายถึงการกระทำอันเป็นความผิดต่อกฎหมายของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และแม้จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในข้อหาเสพเมทแอมเฟตามีนก็ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดดังกล่าวมิได้ เนื่องจากฟ้องโจทก์ในส่วนผลิตไม่ชอบเสียแล้ว ฟ้องโจทก์ในส่วนเสพเมทแอมเฟตามีนที่ได้ผลิตดังกล่าวจึงไม่ชอบไปด้วย ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาจำเลยทั้งสอง ที่ศาลล่างพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000726.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549