คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8694/2549 ฉบับเต็ม

#266904
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8694/2549 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางถนอมศรี ตั้งสิทธิวงศ์ ผู้ซื้อทรัพย์ นางเพ็ญศรี รูปขจร จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/11, มาตรา 510, มาตรา 515 ป.วิ.พ. มาตรา 21 (4), มาตรา 308, มาตรา 309 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประกาศขายทอดตลาดทรัพย์โดยกำหนดเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาและข้อสัญญาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไปนั้น ระยะเวลา 15 วัน ที่กำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระตามข้อสัญญาดังกล่าวเป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการชำระหนี้ มิใช่อายุความตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งคู่กรณีจะตกลงกันให้งดใช้หรือขยายออกหรือย่นเข้าไม่ได้ตามบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 193/11 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์ตกลงกันขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไปอีกจึงหาเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 510 และ 515 ไม่ จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งและการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี กรณีเช่นว่านี้ ศาลชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยโดยไม่จำต้องไต่สวน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาด โดยนางถนอมศรีผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 2,800,000 บาท ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินมัดจำ 700,000 บาท ในวันทำสัญญา ส่วนที่เหลือจะต้องชำระภายใน 15 วัน ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไป จำเลยยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ขยายระยะเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีริบมัดจำของผู้ซื้อทรัพย์และขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินได้ ทั้งโจทก์ก็มิได้โต้แย้งคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี อีกทั้งการขยายระยะเวลาเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานบังคับคดีกับผู้ซื้อทรัพย์ จำเลยไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอนการขายทอดตลาดให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุสมควรเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ขยายระยะเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือแก่ผู้ซื้อทรัพย์ เพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดใหม่ตามคำร้องของจำเลยหรือไม่ ซึ่งตามคำร้องดังกล่าวจำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดโดยกำหนดเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาและข้อสัญญาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 510 และ 515 กำหนดหน้าที่ของผู้ซื้อทรัพย์ไว้อย่างแจ้งชัดโดยไม่มีข้อยกเว้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจขยายระยะเวลาวางเงินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายนั้น เห็นว่าระยะเวลา 15 วัน ที่กำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระตามข้อสัญญาดังกล่าว เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการชำระหนี้ มิใช่อายุความตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งคู่กรณีจะตกลงกันให้งดใช้หรือขยายออกหรือย่นเข้าไม่ได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/11 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์ตกลงกันขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไปอีกจึงหาเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังที่จำเลยอ้างมาในคำร้องไม่ จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งและการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเสียได้ กรณีเช่นว่านี้ ศาลชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียโดยไม่จำต้องไต่สวน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-เรวัตร อิศราภรณ์-ศิริชัย จิระบุญศรี) ศาลจังหวัดมุกดาหาร - นายจันทรทัต สิทธิกำจร ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นางเมทินี ชโลธร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266904
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมุกดาหาร",
        "judge": "นายจันทรทัต สิทธิกำจร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นางเมทินี ชโลธร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020113"
    }
}
date
2549
deka_no
8694/2549
deka_running_no
8694
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ศิริชัย จิระบุญศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/11",
            "ม. 510",
            "ม. 515"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 21 (4)",
            "ม. 308",
            "ม. 309"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ซื้อทรัพย์",
        "name": "นางถนอมศรี ตั้งสิทธิวงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางเพ็ญศรี รูปขจร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยออกขายทอดตลาด โดยนางถนอมศรีผู้ซื้อทรัพย์เป็นผู้ประมูลได้ในราคา 2,800,000 บาท ผู้ซื้อทรัพย์วางเงินมัดจำ 700,000 บาท ในวันทำสัญญา ส่วนที่เหลือจะต้องชำระภายใน 15 วัน ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไป

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ขยายระยะเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ เพิกถอนการขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีริบมัดจำของผู้ซื้อทรัพย์และขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดใหม่

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจอนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินได้ ทั้งโจทก์ก็มิได้โต้แย้งคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดี อีกทั้งการขยายระยะเวลาเป็นเรื่องของเจ้าพนักงานบังคับคดีกับผู้ซื้อทรัพย์ จำเลยไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด กรณีไม่มีเหตุให้เพิกถอนการขายทอดตลาดให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า มีเหตุสมควรเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ขยายระยะเวลาชำระเงินส่วนที่เหลือแก่ผู้ซื้อทรัพย์ เพิกถอนการขายทอดตลาดและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดใหม่ตามคำร้องของจำเลยหรือไม่ ซึ่งตามคำร้องดังกล่าวจำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ประกาศขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดโดยกำหนดเงื่อนไขการเข้าสู้ราคาและข้อสัญญาว่า ผู้ซื้อทรัพย์ได้ต้องชำระเงินส่วนที่เหลือภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันซื้อเป็นต้นไป ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 510 และ 515 กำหนดหน้าที่ของผู้ซื้อทรัพย์ไว้อย่างแจ้งชัดโดยไม่มีข้อยกเว้น เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจขยายระยะเวลาวางเงินให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายนั้น เห็นว่าระยะเวลา 15 วัน ที่กำหนดให้ผู้ซื้อทรัพย์นำเงินส่วนที่เหลือมาชำระตามข้อสัญญาดังกล่าว เป็นระยะเวลาที่กำหนดไว้เพื่อการชำระหนี้ มิใช่อายุความตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งคู่กรณีจะตกลงกันให้งดใช้หรือขยายออกหรือย่นเข้าไม่ได้ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/11 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีและผู้ซื้อทรัพย์ตกลงกันขยายระยะเวลาวางเงินส่วนที่เหลือออกไปอีกจึงหาเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายดังที่จำเลยอ้างมาในคำร้องไม่ จึงไม่มีเหตุตามกฎหมายที่ศาลจะมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งและการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเสียได้ กรณีเช่นว่านี้ ศาลชอบที่จะมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียโดยไม่จำต้องไต่สวน ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยและศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วฎีกาข้ออื่นของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000713.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549