คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2550 ฉบับเต็ม

#266989
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 200/2550 บริษัทตะวันนาบรรจุภัณฑ์ จำกัด โจทก์ นายประภาส กังวาล จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 150, มาตรา 154, มาตรา 369, มาตรา 575, มาตรา 583 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลย มีข้อกำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศและมีข้อกำหนดให้จำเลยนำวิชาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์ มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้ระยะเวลาที่ให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลย เพราะในระหว่างที่จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นั้น จำเลยยังคงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ มิได้ถูกตัดทอน ทั้งตามข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าวยังให้สิทธิจำเลยไม่ต้องกลับมาทำงานให้โจทก์ได้โดยจำเลยต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนแก่โจทก์ การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่าย หรือค่าเสียหายที่จำเลยต้องชดใช้ในกรณีที่จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์ไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยเอาค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่จำเลยยังทำงานไม่ครบ ก็สอดคล้องกับข้อตกลงที่ให้สิทธิจำเลยเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนโจทก์ แทนการกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลยเช่นกัน จึงไม่ใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงไม่เป็นโมฆะ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 81,789.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในเงินต้น 80,614 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 79,096.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ เพราะข้อตกลงที่กำหนดให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศเพียง 2 สัปดาห์ แต่ผูกมัดให้จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นานถึง 3 ปี เป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบจำเลย ไม่เป็นธรรมและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เห็นว่า การไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศย่อมจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ทำให้ผู้ไปฝึกอบรมได้วิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานติดตัว การมีลูกจ้างที่มีวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานย่อมจะทำให้กิจการของนายจ้างเจริญรุ่งเรือง สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยข้อ 1 กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศ ข้อ 4 กำหนดให้จำเลยนำวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์ มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้ระยะเวลาที่ให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลย เพราะในระหว่างที่จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นั้น จำเลยยังคงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ มิได้ถูกตัดทอน ทั้งสัญญาดังกล่าว ข้อ 8 ยังให้สิทธิจำเลยไม่ต้องกลับมาทำงานให้โจทก์ได้โดยให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานที่โจทก์ได้ออกให้จำเลยไปทั้งหมดคืนให้แก่โจทก์เท่านั้น การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชดใช้ในกรณีที่จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์ไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยให้เอาค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดมาหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่จำเลยยังทำงานไม่ครบ ก็สอดคล้องกับข้อตกลงที่ให้สิทธิจำเลยเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนโจทก์แทนการกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลยเช่นกัน จึงไม่ใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลใช้บังคับไม่เป็นโมฆะ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (จรัส พวงมณี-พิชิต คำแฝง-วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
266989
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082019790"
    }
}
date
2550
deka_no
200/2550
deka_running_no
200
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "จรัส พวงมณี",
    "พิชิต คำแฝง",
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 154",
            "ม. 369",
            "ม. 575",
            "ม. 583"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 5"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทตะวันนาบรรจุภัณฑ์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประภาส กังวาล"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 81,789.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในเงินต้น 80,614 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 79,096.04 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอุทธรณ์ว่า สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นโมฆะ เพราะข้อตกลงที่กำหนดให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศเพียง 2 สัปดาห์ แต่ผูกมัดให้จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นานถึง 3 ปี เป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบจำเลย ไม่เป็นธรรมและขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน เห็นว่า การไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศย่อมจะต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ก็ทำให้ผู้ไปฝึกอบรมได้วิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานติดตัว การมีลูกจ้างที่มีวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ในการทำงานย่อมจะทำให้กิจการของนายจ้างเจริญรุ่งเรือง สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยข้อ 1 กำหนดให้โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างไปฝึกอบรมต่างประเทศ ข้อ 4 กำหนดให้จำเลยนำวิชาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ได้จากการไปฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศกลับมาใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์แก่โจทก์ มีลักษณะเป็นสัญญาต่างตอบแทน แม้ระยะเวลาที่ให้โจทก์ส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานโดยโจทก์เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายจะมีกำหนด 2 สัปดาห์ แต่ระยะเวลาที่ให้จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลย เพราะในระหว่างที่จำเลยต้องกลับมาทำงานให้โจทก์นั้น จำเลยยังคงได้รับค่าตอบแทนจากการทำงานตามปกติ มิได้ถูกตัดทอน ทั้งสัญญาดังกล่าว ข้อ 8 ยังให้สิทธิจำเลยไม่ต้องกลับมาทำงานให้โจทก์ได้โดยให้จำเลยชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานที่โจทก์ได้ออกให้จำเลยไปทั้งหมดคืนให้แก่โจทก์เท่านั้น การคำนวณจำนวนค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชดใช้ในกรณีที่จำเลยกลับมาทำงานให้โจทก์ไม่ครบกำหนด 3 ปี โดยให้เอาค่าใช้จ่ายในการส่งจำเลยไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดมาหารด้วย 36 เดือน แล้วคูณด้วยจำนวนเดือนที่จำเลยยังทำงานไม่ครบ ก็สอดคล้องกับข้อตกลงที่ให้สิทธิจำเลยเลือกชดใช้ค่าใช้จ่ายในการไปฝึกอบรมและดูงานทั้งหมดคืนโจทก์แทนการกลับมาทำงานให้โจทก์มีกำหนด 3 ปี ไม่ทำให้โจทก์ได้เปรียบจำเลยเช่นกัน จึงไม่ใช่ข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน สัญญาฝึกอบรมและดูงานต่างประเทศระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลใช้บังคับไม่เป็นโมฆะ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000710.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550