คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2549 ฉบับเต็ม

#267006
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1642/2549 บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด โจทก์ นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 236 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 226 (1) และมีคำสั่งยืนตามคำสั่งปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 และจำเลยที่ 10 ที่ 11 โดยในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งโดยวิธีปิดหมายและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 4 เจ้าหน้าที่ศาลจึงไปปิดหมายและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 4 ต่อมาจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง จำเลยที่ 4 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องกรณีจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การโดยอ้างว่าไม่จงใจขาดนัด และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องกรณีจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่มิใช่คำสั่งไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา 18 ซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องหรือเสร็จไปเฉพาะแต่ประเด็นบางข้อตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 (1) ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 นั้นชอบแล้ว จึงมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว และเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) และมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 4 มานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจึงไม่พิจารณาสั่งคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ. (พินิจ บุญชัด-มงคล ทับเที่ยง-รัตน กองแก้ว) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267006
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025465"
    }
}
date
2549
deka_no
1642/2549
deka_running_no
1642
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "รัตน กองแก้ว"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 236"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเกียรติชัย งานทวี และนางสกุณี งานทวีในฐานะผู้จัดการมรดกของนายชัยสิน งานทวี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 และจำเลยที่ 10 ที่ 11 โดยในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 4 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ส่งโดยวิธีปิดหมายและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 4 เจ้าหน้าที่ศาลจึงไปปิดหมายและสำเนาคำฟ้อง ณ ภูมิลำเนาของจำเลยที่ 4 ต่อมาจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวอ้างว่าเป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

จำเลยที่ 4 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์เนื่องจากคำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา

จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องกรณีจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขออนุญาตยื่นคำให้การโดยอ้างว่าไม่จงใจขาดนัด และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องกรณีจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่มิใช่คำสั่งไม่รับหรือให้คืนคำคู่ความตามมาตรา 18 ซึ่งมิได้ทำให้คดีเสร็จไปทั้งเรื่องหรือเสร็จไปเฉพาะแต่ประเด็นบางข้อตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 228 (3) จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวในระหว่างพิจารณาตามมาตรา 226 (1) ที่ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 นั้นชอบแล้ว จึงมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เนื่องจากเป็นการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ดังกล่าว และเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 4 โดยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยที่ 4 เป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) และมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 4 ไม่มีสิทธิฎีกาได้ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 4 มานั้น เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ไม่ได้เสียค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาจึงไม่พิจารณาสั่งคืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 4 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000762.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549