คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2548 ฉบับเต็ม

#267035
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2548 พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ร้อง นายสุระกิจ แพอาดุลย์ ผู้คัดค้าน ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินเท่านั้นจึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ถูกพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบ เมื่อรถยนต์กระบะซึ่งถูกพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งริบเป็นทรัพย์สินของบิดามารดาของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนของกลาง ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2541 เจ้าพนักงานจับกุมผู้คัดค้าน นายพิหาร ผิวเกลี้ยง และนายพรชัย ผิวเกลี้ยง ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บฉ 2304 เพชรบุรี ซึ่งผู้คัดค้านกับพวกใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นของกลาง ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นฟ้องผู้คัดค้านกับพวกเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5269/2541 ขอให้ศาลมีคำสั่งริบรถยนต์กระบะดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นรวม 2 วัน ติดต่อกันแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านมิได้ร่วมกระทำความผิด รถยนต์กระบะของกลางดังกล่าวเป็นของนายดำริ แพอาดุลย์ กับนางวิเชียร ภูมรินทร์ บิดามารดาของผู้คัดค้านเพียงแต่ใส่ชื่อผู้คัดค้านเพื่อความสะดวกในการติดต่อทางราชการ บิดามารดาของผู้คัดค้านมิได้ร่วมกระทำความผิดและรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดแต่อย่างใด ขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์กระบะดังกล่าวแก่เจ้าของ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บฉ 2304 เพชรบุรี ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกอุทธรณ์ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลางหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินเท่านั้นจึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ถูกพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบเมื่อผู้คัดค้านอ้างว่ารถยนต์กระบะซึ่งถูกพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งริบเป็นทรัพย์สินของบิดามารดาของผู้คัดค้าน ดังนั้น ผู้คัดค้านซึ่งมิใช่เจ้าของทรัพย์สินจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุรพล เอกโยคยะ-ชวลิต ตุลยสิงห์-เกษม วีรวงศ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267035
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082035145"
    }
}
date
2548
deka_no
585/2548
deka_running_no
585
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "สุรพล เอกโยคยะ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "เกษม วีรวงศ์"
]
laws
[]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายสุระกิจ แพอาดุลย์"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2541 เจ้าพนักงานจับกุมผู้คัดค้าน นายพิหาร ผิวเกลี้ยง และนายพรชัย ผิวเกลี้ยง ได้พร้อมเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 และรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บฉ 2304 เพชรบุรี ซึ่งผู้คัดค้านกับพวกใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นของกลาง ต่อมาผู้ร้องได้ยื่นฟ้องผู้คัดค้านกับพวกเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานร่วมกันมียาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 5269/2541 ขอให้ศาลมีคำสั่งริบรถยนต์กระบะดังกล่าวให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31

พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้บุคคลซึ่งอาจอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางยื่นคำร้องขอเข้ามาในคดีในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีจำหน่ายแพร่หลายในท้องถิ่นรวม 2 วัน ติดต่อกันแล้ว

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านมิได้ร่วมกระทำความผิด รถยนต์กระบะของกลางดังกล่าวเป็นของนายดำริ แพอาดุลย์ กับนางวิเชียร ภูมรินทร์ บิดามารดาของผู้คัดค้านเพียงแต่ใส่ชื่อผู้คัดค้านเพื่อความสะดวกในการติดต่อทางราชการ บิดามารดาของผู้คัดค้านมิได้ร่วมกระทำความผิดและรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดแต่อย่างใด ขอให้มีคำสั่งคืนรถยนต์กระบะดังกล่าวแก่เจ้าของ

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ริบรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บฉ 2304 เพชรบุรี ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 30, 31

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกอุทธรณ์

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลางหรือไม่ เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินเท่านั้นจึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ถูกพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบเมื่อผู้คัดค้านอ้างว่ารถยนต์กระบะซึ่งถูกพนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งริบเป็นทรัพย์สินของบิดามารดาของผู้คัดค้าน ดังนั้น ผู้คัดค้านซึ่งมิใช่เจ้าของทรัพย์สินจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์กระบะของกลาง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกอุทธรณ์ของผู้คัดค้านนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000852.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548