คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2548 ฉบับเต็ม

#267040
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2548 นางสำราญ พิมพะสอน โจทก์ นางสาววันวิศาข์ วิโรจน์รัตน์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1479, มาตรา 1480 การที่ อ. สามีโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทอันเป็นสินสมรสให้แก่จำเลย เป็นกรณีที่ อ. จัดการสินสมรสซึ่งโดยปกติต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1479 เมื่อ อ. จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทได้ภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องการกระทำดังกล่าวหรือภายใน 10 ปี นับแต่วันจดทะเบียนขายฝาก เว้นแต่ขณะที่ทำนิติกรรมนั้นจำเลยได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนตาม มาตรา 1480 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอรุณ พิมพะสอน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2541 นายอรุณสามีโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 85 ซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และนายอรุณให้แก่จำเลย จำนวน 70,000 บาท มีกำหนด 3 เดือน โดยโจทก์มิได้ให้ความยินยอม และจำเลยทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณ ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2543 โจทก์ทราบการกระทำดังกล่าวจึงมีหนังสือแจ้งขอให้เพิกถอนการขายฝากและโอนที่ดินคืนแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาเพิกถอนการขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 85 เลขที่ดิน 223 ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างสามีโจทก์กับจำเลย และให้จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อโจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบและยินยอมให้นายอรุณนำที่ดินแปลงพิพาทจดทะเบียนขายฝากไว้แก่จำเลย โจทก์มิได้ฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันจดทะเบียนคดีโจทก์จึงขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ 2,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 85 เลขที่ดิน 223 ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2541 ระหว่างนายอรุณ พิมพะสอน กับจำเลยให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 8,000 บาท คำขออื่นขอให้ยก จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นภริยาของนายอรุณ พิมพะสอน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2541 นายอรุณทำนิติกรรมจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณให้แก่จำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทได้หรือไม่ เห็นว่า การที่นายอรุณสามีโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทอันเป็นสินสมรสให้แก่จำเลย เป็นกรณีที่นายอรุณจัดการสินสมรสซึ่งโดยปกติต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1479 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านายอรุณจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทดังกล่าวภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องการกระทำดังกล่าวหรือภายใน 10 ปี นับแต่วันจดทะเบียนขายฝาก เว้นแต่ขณะที่ทำนิติกรรมนั้น จำเลยได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 คดีมีปัญหาว่าจำเลยกระทำโดยสุจริตหรือไม่ เห็นว่าคดีโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทราบว่านายอรุณมีคู่สมรส และที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธในเรื่องนี้ ถือว่าจำเลยทราบแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณตามฟ้อง ดังนั้น การที่จำเลยยังทำนิติกรรมขายฝากทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส จึงมิใช่เป็นการกระทำโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับนายอรุณได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ประทีป ปิติสันต์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267040
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034844"
    }
}
date
2548
deka_no
794/2548
deka_running_no
794
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1479",
            "ม. 1480"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสำราญ พิมพะสอน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาววันวิศาข์ วิโรจน์รัตน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของนายอรุณ พิมพะสอน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2541 นายอรุณสามีโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 85 ซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์และนายอรุณให้แก่จำเลย จำนวน 70,000 บาท มีกำหนด 3 เดือน โดยโจทก์มิได้ให้ความยินยอม และจำเลยทราบว่าที่ดินดังกล่าวเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณ ต่อมาวันที่ 6 มกราคม 2543 โจทก์ทราบการกระทำดังกล่าวจึงมีหนังสือแจ้งขอให้เพิกถอนการขายฝากและโอนที่ดินคืนแล้วแต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้พิพากษาเพิกถอนการขายฝากที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 85 เลขที่ดิน 223 ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ระหว่างสามีโจทก์กับจำเลย และให้จำเลยไปจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์เป็นชื่อโจทก์ หากไม่ไปให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

จำเลยให้การว่า โจทก์ทราบและยินยอมให้นายอรุณนำที่ดินแปลงพิพาทจดทะเบียนขายฝากไว้แก่จำเลย โจทก์มิได้ฟ้องคดีภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันจดทะเบียนคดีโจทก์จึงขาดอายุความ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความให้ 2,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้เพิกถอนนิติกรรมขายฝากที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 85 เลขที่ดิน 223 ตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2541 ระหว่างนายอรุณ พิมพะสอน กับจำเลยให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 8,000 บาท คำขออื่นขอให้ยก

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นภริยาของนายอรุณ พิมพะสอน เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2541 นายอรุณทำนิติกรรมจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณให้แก่จำเลย มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทได้หรือไม่ เห็นว่า การที่นายอรุณสามีโจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทอันเป็นสินสมรสให้แก่จำเลย เป็นกรณีที่นายอรุณจัดการสินสมรสซึ่งโดยปกติต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1479 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่านายอรุณจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยโดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากโจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทดังกล่าวภายในกำหนดเวลา 1 ปี นับแต่วันที่รู้เรื่องการกระทำดังกล่าวหรือภายใน 10 ปี นับแต่วันจดทะเบียนขายฝาก เว้นแต่ขณะที่ทำนิติกรรมนั้น จำเลยได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 คดีมีปัญหาว่าจำเลยกระทำโดยสุจริตหรือไม่ เห็นว่าคดีโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทราบว่านายอรุณมีคู่สมรส และที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณจำเลยมิได้ให้การปฏิเสธในเรื่องนี้ ถือว่าจำเลยทราบแล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนายอรุณตามฟ้อง ดังนั้น การที่จำเลยยังทำนิติกรรมขายฝากทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าที่ดินพิพาทเป็นสินสมรส จึงมิใช่เป็นการกระทำโดยสุจริต ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยกับนายอรุณได้ ฎีกาจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000849.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548