คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2549 ฉบับเต็ม

#267057
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2261/2549 องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร โจทก์ กลุ่มเกษตรกรทำนาหนองไฮ กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/33 การซื้อขายปุ๋ยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงว่าหากจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าปุ๋ยไม่ครบจำนวนในวันทำสัญญา โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระโดยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี หากชำระเกิน 12 เดือน ถือว่าผิดนัดผิดสัญญาคิดดอกเบี้ยในส่วนที่เกิน 12 เดือน ในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงดังกล่าวและจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ชำระจึงเป็นดอกเบี้ยค้างส่งหรือค้างชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/33 (1) ซึ่งมีอายุความ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นคณะบุคคล จำเลยที่ 1 ประชุมคณะกรรมการและมีมติสั่งซื้อปุ๋ยจากโจทก์โดยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 7 ทำสัญญาซื้อขายปุ๋ยกับโจทก์และจำเลยที่ 7 หรือที่ 13 หรือที่ 16 รับมอบปุ๋ย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2531 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายปุ๋ยกับโจทก์จำนวน 70,000 กิโลกรัม เป็นเงิน 381,500 บาท ชำระราคาในวันทำสัญญาจำนวน 19,075 บาท ส่วนค่าปุ๋ยที่เหลือหากชำระไม่เกิน 12 เดือน คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี หากชำระเกิน 12 เดือน ถือว่าผิดนัดผิดสัญญาคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 18 เป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ส่งมอบปุ๋ยให้จำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าปุ๋ยบางส่วนเป็นเงิน 20,000 บาท เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 คงค้างชำระค่าปุ๋ยและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 869,053.35 บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสิบแปดเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบแปดร่วมกันชำระเงินจำนวน 869,053.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 362,425 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 18 ให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกดอกเบี้ยเกิน 5 ปี ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 521,482.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 362,425 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไปเป็นเวลา 5 ปี และนับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องในอัตราดอกเบี้ยและต้นเงินเดียวกันกับก่อนฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 16 ชำระแทน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 16 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 15 ที่ 17 และที่ 18 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ยกฟ้องให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 7 ทำสัญญาซื้อขายปุ๋ยตามเอกสารหมาย จ.6 กับโจทก์ และค้างชำระค่าปุ๋ยแก่โจทก์จำนวน 362,425 บาท มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่าดอกเบี้ยตามคำฟ้องที่โจทก์เรียกจากจำเลยที่ 1 เป็นดอกเบี้ยค้างชำระซึ่งมีกำหนดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (1) หรือไม่ เห็นว่า การซื้อขายปุ๋ยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงว่าหากจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าปุ๋ยไม่ครบจำนวนในวันทำสัญญา โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระโดยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี หากชำระเกิน 12 เดือน ถือว่าผิดนัดผิดสัญญาคิดดอกเบี้ยในส่วนที่เกิน 12 เดือน ในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงดังกล่าวและจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ชำระจึงเป็นดอกเบี้ยค้างส่งหรือค้างชำระตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (1) ซึ่งมีอายุความ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี ตามที่โจทก์อุทธรณ์" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (มนตรี ยอดปัญญา-สบโชค สุขารมณ์-ฤทธิเทพ เทวกุล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267057
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025039"
    }
}
date
2549
deka_no
2261/2549
deka_running_no
2261
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ยอดปัญญา",
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ฤทธิเทพ เทวกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กลุ่มเกษตรกรทำนาหนองไฮ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์และจำเลยที่ 1 เป็นคณะบุคคล จำเลยที่ 1 ประชุมคณะกรรมการและมีมติสั่งซื้อปุ๋ยจากโจทก์โดยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 7 ทำสัญญาซื้อขายปุ๋ยกับโจทก์และจำเลยที่ 7 หรือที่ 13 หรือที่ 16 รับมอบปุ๋ย เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2531 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาซื้อขายปุ๋ยกับโจทก์จำนวน 70,000 กิโลกรัม เป็นเงิน 381,500 บาท ชำระราคาในวันทำสัญญาจำนวน 19,075 บาท ส่วนค่าปุ๋ยที่เหลือหากชำระไม่เกิน 12 เดือน คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี หากชำระเกิน 12 เดือน ถือว่าผิดนัดผิดสัญญาคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 18 เป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ส่งมอบปุ๋ยให้จำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าปุ๋ยบางส่วนเป็นเงิน 20,000 บาท เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 คงค้างชำระค่าปุ๋ยและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 869,053.35 บาท โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสิบแปดเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสิบแปดร่วมกันชำระเงินจำนวน 869,053.36 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 362,425 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 18 ให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกดอกเบี้ยเกิน 5 ปี ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 4 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 521,482.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 12 ต่อปี ของต้นเงิน 362,425 บาท นับตั้งแต่วันฟ้องย้อนหลังขึ้นไปเป็นเวลา 5 ปี และนับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องในอัตราดอกเบี้ยและต้นเงินเดียวกันกับก่อนฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระให้จำเลยที่ 4 ที่ 7 และที่ 16 ชำระแทน กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 7 และที่ 16 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 15 ที่ 17 และที่ 18 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ยกฟ้องให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 7 ทำสัญญาซื้อขายปุ๋ยตามเอกสารหมาย จ.6 กับโจทก์ และค้างชำระค่าปุ๋ยแก่โจทก์จำนวน 362,425 บาท มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่าดอกเบี้ยตามคำฟ้องที่โจทก์เรียกจากจำเลยที่ 1 เป็นดอกเบี้ยค้างชำระซึ่งมีกำหนดอายุความ 5 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (1) หรือไม่ เห็นว่า การซื้อขายปุ๋ยระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อตกลงว่าหากจำเลยที่ 1 ชำระเงินค่าปุ๋ยไม่ครบจำนวนในวันทำสัญญา โจทก์ยอมให้จำเลยที่ 1 ผ่อนชำระโดยคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 9 ต่อปี หากชำระเกิน 12 เดือน ถือว่าผิดนัดผิดสัญญาคิดดอกเบี้ยในส่วนที่เกิน 12 เดือน ในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น เมื่อโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากจำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงดังกล่าวและจำเลยที่ 1 ยังไม่ได้ชำระจึงเป็นดอกเบี้ยค้างส่งหรือค้างชำระตามนัยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/33 (1) ซึ่งมีอายุความ 5 ปี ไม่ใช่ 10 ปี ตามที่โจทก์อุทธรณ์"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000758.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549