คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2549 ฉบับเต็ม

#267072
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3596/2549 นางสุพิน ศิริสาลิโภชน์ โจทก์ นางสาวทิพย์นทีหรือนางสุมาลี ชุติรัตนา หรือโรจน์วรดิลก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 199 เบญจ การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 เป็นผลสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 23 สิงหาคม 2544 และวันที่ 9 มกราคม 2546 ซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคำร้องทั้งสองฉบับแล้วว่าไม่ครบหลักเกณฑ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 199 จัตวา วรรคสองและมาตรา 199 เบญจ วรรคสอง การอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่นั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะมีคำพิพากษาเป็นประการใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุด ตามมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบสร้อยคอทองคำพร้อมจี้เพชร 1 เส้น แหวนเพชร 1 วง ต่างหูหรือตุ้มหูเพชร 1 คู่ และสร้อยข้อมือเพชร 2 เส้น แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากจำเลยไม่ส่งคืนให้ใช้ราคา 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 112,500 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท วันที่ 23 สิงหาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ต่อมาวันที่ 9 มกราคม 2546 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าเหตุผลที่จำเลยอ้างมาในคำร้องไม่อาจมีทางชนะคดีได้ไม่ครบหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสอง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ วันที่ 28 พฤษภาคม 2546 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ไม่รับคำร้อง คืนค่าคำร้องให้จำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 ย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 23 สิงหาคม 2544 และวันที่ 9 มกราคม 2546 ซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคำร้องทั้งสองฉบับแล้วว่าไม่ครบหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสองและมาตรา 199 เบญจ วรรคสอง การอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่นั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะมีคำพิพากษาเป็นประการใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุด ตามมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้ (บุญรอด ตันประเสริฐ-สมชัย จึงประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267072
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082023848"
    }
}
date
2549
deka_no
3596/2549
deka_running_no
3596
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 199 เบญจ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสุพิน ศิริสาลิโภชน์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวทิพย์นทีหรือนางสุมาลี ชุติรัตนา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือโรจน์วรดิลก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบสร้อยคอทองคำพร้อมจี้เพชร 1 เส้น แหวนเพชร 1 วง ต่างหูหรือตุ้มหูเพชร 1 คู่ และสร้อยข้อมือเพชร 2 เส้น แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย หากจำเลยไม่ส่งคืนให้ใช้ราคา 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 112,500 บาท ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

วันที่ 23 สิงหาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า คำขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยมิได้กล่าวโดยชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสอง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ ต่อมาวันที่ 9 มกราคม 2546 จำเลยได้ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าเหตุผลที่จำเลยอ้างมาในคำร้องไม่อาจมีทางชนะคดีได้ไม่ครบหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสอง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

วันที่ 28 พฤษภาคม 2546 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่อีก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ ไม่รับคำร้อง คืนค่าคำร้องให้จำเลย

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2546 ย่อมเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยตามคำร้องลงวันที่ 23 สิงหาคม 2544 และวันที่ 9 มกราคม 2546 ซึ่งศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคำร้องทั้งสองฉบับแล้วว่าไม่ครบหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 จัตวา วรรคสองและมาตรา 199 เบญจ วรรคสอง การอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่นั่นเอง ดังนั้น ไม่ว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะมีคำพิพากษาเป็นประการใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ย่อมเป็นที่สุด ตามมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ จำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยมาเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลย โจทก์ไม่แก้ฎีกาจึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000747.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549