คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3314/2549 ฉบับเต็ม

#267087
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3314/2549 ห้างหุ้นส่วนจำกัดเต็มชวาลาการสุรา โจทก์ บริษัทชัยเกิดผล จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/33, มาตรา 193/34 จำเลยซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์โดยสารโดยที่จำเลยประกอบกิจการรับจ้างขนส่งคนโดยสารและขนส่งสินค้า ถือได้ว่าจำเลยซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์เพื่อใช้ในกิจการของจำเลยต้องด้วยข้อยกเว้นไม่อยู่ในกำหนดอายุความสองปีตามความในตอนท้ายของ ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายต่อหรือนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายหรือไม่ สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความห้าปีตามมาตรา 193/33 (5) ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2540 จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ร่วมกันซื้อน้ำมันโซลาจากโจทก์เป็นเงินรวม 75,923 บาท โดยให้ลูกจ้างของจำเลยทั้งสองนำรถยนต์ไปเติมน้ำมันจากโจทก์หลายครั้ง เพื่อใช้รับจ้างขนส่งคนโดยสารและรับจ้างบรรทุกสินค้าในกิจการของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองตกลงว่าจะชำระเงินค่าน้ำมันให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน แต่ไม่ได้ชำระ โจทก์ทวงถามหลายครั้ง จำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 4 สิงหาคม 2540 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทั้งสองรับน้ำมันไปเป็นครั้งสุดท้าย ถึงวันฟ้องเป็นเงินดอกเบี้ย 20,878 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 96,801 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 75,923 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า มูลหนี้ตามฟ้องเป็นเรื่องซื้อขาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 กำหนดอายุความไว้ 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 75,923 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 20,878 บาท ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,000 บาท จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสอง ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประกอบกิจการขายน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนจำเลยทั้งสองประกอบกิจการรับจ้างขนส่งคนโดยสารและขนส่งสินค้า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2540 จำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์ขนส่งในกิจการของจำเลยทั้งสองโดยมีข้อตกลงให้ชำระหนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันซื้อ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์โดยสาร มิใช่เป็นการซื้อจำนวนมาก ๆ แล้วนำไปจำหน่ายต่อ หรือนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย แต่เป็นการใช้เฉพาะในกิจการของจำเลยทั้งสอง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) มิใช่มีกำหนดอายุความห้าปีตามมาตรา 193/33 (5) คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบซึ่งมีกำหนดอายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1) ก็ตาม แต่ความในตอนท้ายของมาตรา 193/34 (1) บัญญัติกรณีเป็นข้อยกเว้นที่ไม่อยู่ในกำหนดอายุความสองปีไว้ว่า เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง ซึ่งต้องพิจารณาถึงกิจการของลูกหนี้ว่าประกอบกิจการประเภทใดเป็นกรณีไป การที่จำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์โดยสารโดยที่จำเลยทั้งสองประกอบกิจการรับจ้างขนส่งคนโดยสารและขนส่งสินค้า ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์เพื่อใช้ในกิจการของจำเลยทั้งสอง อันเป็นกรณีที่ต้องด้วยข้อยกเว้นไม่อยู่ในกำหนดอายุความสองปีตามความในตอนท้ายของมาตรา 193/34 (1) แล้ว ทั้งนี้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายต่อหรือนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ตามที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความห้าปีตามมาตรา 193/33 (5) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์ (ชัชลิต ละเอียด-สมชัย จึงประเสริฐ -บุญรอด ตันประเสริฐ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267087
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024177"
    }
}
date
2549
deka_no
3314/2549
deka_running_no
3314
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ชัชลิต ละเอียด",
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/33",
            "ม. 193/34"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดเต็มชวาลาการสุรา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทชัยเกิดผล จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2540 จำเลยที่ 2 ในฐานะส่วนตัวและในฐานะกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ร่วมกันซื้อน้ำมันโซลาจากโจทก์เป็นเงินรวม 75,923 บาท โดยให้ลูกจ้างของจำเลยทั้งสองนำรถยนต์ไปเติมน้ำมันจากโจทก์หลายครั้ง เพื่อใช้รับจ้างขนส่งคนโดยสารและรับจ้างบรรทุกสินค้าในกิจการของจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองตกลงว่าจะชำระเงินค่าน้ำมันให้แก่โจทก์เป็นรายเดือน แต่ไม่ได้ชำระ โจทก์ทวงถามหลายครั้ง จำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ 4 สิงหาคม 2540 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยทั้งสองรับน้ำมันไปเป็นครั้งสุดท้าย ถึงวันฟ้องเป็นเงินดอกเบี้ย 20,878 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 96,801 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 75,923 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า มูลหนี้ตามฟ้องเป็นเรื่องซื้อขาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 กำหนดอายุความไว้ 2 ปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 75,923 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 กันยายน 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 20,878 บาท ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 2,000 บาท

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยทั้งสองเฉพาะในปัญหาข้อกฎหมายในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยทั้งสอง ศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ประกอบกิจการขายน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนจำเลยทั้งสองประกอบกิจการรับจ้างขนส่งคนโดยสารและขนส่งสินค้า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2540 จำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์ขนส่งในกิจการของจำเลยทั้งสองโดยมีข้อตกลงให้ชำระหนี้ภายใน 30 วัน นับแต่วันซื้อ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าจำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์โดยสาร มิใช่เป็นการซื้อจำนวนมาก ๆ แล้วนำไปจำหน่ายต่อ หรือนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย แต่เป็นการใช้เฉพาะในกิจการของจำเลยทั้งสอง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความสองปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) มิใช่มีกำหนดอายุความห้าปีตามมาตรา 193/33 (5) คดีโจทก์จึงขาดอายุความนั้น เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบซึ่งมีกำหนดอายุความสองปีตามมาตรา 193/34 (1) ก็ตาม แต่ความในตอนท้ายของมาตรา 193/34 (1) บัญญัติกรณีเป็นข้อยกเว้นที่ไม่อยู่ในกำหนดอายุความสองปีไว้ว่า เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง ซึ่งต้องพิจารณาถึงกิจการของลูกหนี้ว่าประกอบกิจการประเภทใดเป็นกรณีไป การที่จำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์ไปใช้กับรถยนต์โดยสารโดยที่จำเลยทั้งสองประกอบกิจการรับจ้างขนส่งคนโดยสารและขนส่งสินค้า ย่อมถือได้ว่าจำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์เพื่อใช้ในกิจการของจำเลยทั้งสอง อันเป็นกรณีที่ต้องด้วยข้อยกเว้นไม่อยู่ในกำหนดอายุความสองปีตามความในตอนท้ายของมาตรา 193/34 (1) แล้ว ทั้งนี้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยทั้งสองซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงจากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายต่อหรือนำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายหรือไม่ ตามที่จำเลยทั้งสองกล่าวอ้าง สิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงมีกำหนดอายุความห้าปีตามมาตรา 193/33 (5) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยว่าคดีโจทก์ไม่ขาดอายุความนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนโจทก์
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000750.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549