คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5008 -ที่ 5010/2549 ฉบับเต็ม

#267113
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5008 - 5010/2549 นายพิษณุ ฉัตรบูรณยนต์ โจทก์ นายสิทธิพล พาณิชย์โสภณชัย จำเลย พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน หรือเท่ากับร้อยละ 24 ต่อปี เกินกว่าอัตราตามกฎหมายย่อมเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (ก) เมื่อไม่ปรากฏว่าการสั่งจ่ายเช็คแต่ละฉบับตามฟ้องแยกเป็นการชำระเงินต้นเท่าใด ชำระดอกเบี้ยเท่าใด จึงถือว่าเช็คตามฟ้องที่จำเลยสั่งจ่ายแก่โจทก์ได้รวมดอกเบี้ยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเอาไว้ด้วย แม้ธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็ค จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ___________________________ โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามสำนวนไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 7 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาในประการต่อมาว่า เช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ ได้รวมดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อนี้ได้ความจากตัวโจทก์ว่าโจทก์มีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย คิดดอกเบี้ยจากผู้กู้ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน สำหรับสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 ที่ทำกับจำเลยนั้น ระบุว่าจำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 450,000 บาท เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2539 กำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2539 โดยโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ในวันทำสัญญากู้ยืมเงินได้หักดอกเบี้ยที่คิดจากจำเลยในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน เป็นเงิน 27,000 บาท ได้มอบเงินสดแก่จำเลย 450,000 บาท แล้วจำเลยคืนเงินค่าดอกเบี้ยแก่โจทก์ 27,000 บาท จำเลยคงได้รับเงินไปจากโจทก์ในวันนั้น 423,000 บาท ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน หรือเท่ากับร้อยละ 24 ต่อปี เกินกว่าอัตราตามกฎหมายย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (ก) เมื่อไม่ปรากฏว่าการสั่งจ่ายเช็คแต่ละฉบับตามฟ้องแยกเป็นการชำระเงินต้นเท่าใด ชำระดอกเบี้ยเท่าใด จึงถือว่าเช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ ที่จำเลยสั่งจ่ายแก่โจทก์ได้รวมดอกเบี้ยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเอาไว้ด้วยทุกฉบับ แม้ธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 7 ฉบับ จำเลยก็ไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย" พิพากษากลับให้ยกฟ้อง. (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-สมศักดิ์ เนตรมัย-สุรศักดิ์ สุวรรณประกร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267113
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022637"
    }
}
date
2549
deka_no
5010/2549
deka_running_no
5010
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475",
        "sections": [
            "ม. 3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพิษณุ ฉัตรบูรณยนต์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสิทธิพล พาณิชย์โสภณชัย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามสำนวน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสามสำนวนไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวม 7 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 เดือน รวมจำคุก 7 เดือน

จำเลยทั้งสามสำนวนอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสามสำนวนฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยฎีกาในประการต่อมาว่า เช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ ได้รวมดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ด้วย จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ข้อนี้ได้ความจากตัวโจทก์ว่าโจทก์มีอาชีพปล่อยเงินกู้ด้วย คิดดอกเบี้ยจากผู้กู้ในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน สำหรับสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.2 ที่ทำกับจำเลยนั้น ระบุว่าจำเลยกู้ยืมเงินจากโจทก์จำนวน 450,000 บาท เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2539 กำหนดชำระเงินกู้ยืมคืนภายในวันที่ 7 ตุลาคม 2539 โดยโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า ในวันทำสัญญากู้ยืมเงินได้หักดอกเบี้ยที่คิดจากจำเลยในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน เป็นเงิน 27,000 บาท ได้มอบเงินสดแก่จำเลย 450,000 บาท แล้วจำเลยคืนเงินค่าดอกเบี้ยแก่โจทก์ 27,000 บาท จำเลยคงได้รับเงินไปจากโจทก์ในวันนั้น 423,000 บาท ดังนี้ เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 2 ต่อเดือน หรือเท่ากับร้อยละ 24 ต่อปี เกินกว่าอัตราตามกฎหมายย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 มาตรา 3 (ก) เมื่อไม่ปรากฏว่าการสั่งจ่ายเช็คแต่ละฉบับตามฟ้องแยกเป็นการชำระเงินต้นเท่าใด ชำระดอกเบี้ยเท่าใด จึงถือว่าเช็คตามฟ้องทั้ง 7 ฉบับ ที่จำเลยสั่งจ่ายแก่โจทก์ได้รวมดอกเบี้ยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเอาไว้ด้วยทุกฉบับ แม้ธนาคารตามเช็คจะปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คทั้ง 7 ฉบับ จำเลยก็ไม่มีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000736.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5008 -
year
2549