คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8839/2549 ฉบับเต็ม

#267148
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8839/2549 บริษัทฟาร์มชัยอารีย์ จำกัด โจทก์ นายสมศักดิ์ มหาวิโรจน์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 5 ป.วิ.พ. มาตรา 55 ป.พ.พ. มาตรา 453 ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคสอง โจทก์แก้ไขเดือนในใบส่งของเพื่อไม่ให้คดีโจทก์ขาดอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) แล้วนำมาฟ้องจำเลยให้รับผิดตามสัญญาซื้อขายและใช้อ้างเป็นพยานในคดี เป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยให้ชำระราคาค่าสินค้าตามใบส่งของดังกล่าวได้ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยก็ยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 346,116 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 304,278 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 240,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (21 มิถุนายน 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2542 ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยก่อนว่าโจทก์ใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริตและมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นายสว่างผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านรับว่า ใบส่งของเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.23 เป็นเอกสารของบริษัทโจทก์จริงและเป็นฉบับเดียวกันกับใบส่งของเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 ซึ่งมีการแก้ไข เพียงแต่อ้างว่าไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนแก้ไข เมื่อได้พิจารณาเอกสารดังกล่าวทั้งหมดประกอบคำเบิกความของนายสว่างแล้ว เห็นได้ว่าเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 และ ล. 1ถึง ล.23 เป็นเอกสารชุดเดียวกัน เอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 ทุกฉบับยกเว้นเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งตรงกันกับเอกสารหมาย ล.7 มีการแก้ไขจากเดือน 4 หรือเดือนเมษายนเป็นเดือน 6 หรือเดือนมิถุนายน และจากเดือน 5 หรือเดือนพฤษภาคมเป็นเดือน 7 หรือเดือนกรกฎาคม เอกสารดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของโจทก์ เชื่อว่าโจทก์มีส่วนรู้เห็นในการแก้ไขเพื่อมิให้ขาดอายุความ 2 ปี ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) เนื่องจากโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 21 มิถุนายน 2542 ใบส่งเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 ยกเว้น จ.7 ที่โจทก์นำมาฟ้องและใช้อ้างเป็นพยานในคดีจึงเป็นเอกสารปลอม เป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยชำระค่าสินค้าตามใบส่งของดังกล่าว ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยก็ยกขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง ส่วนคำร้องของจำเลยขอให้ศาลไกล่เกลี่ยฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2542 นั้นจำเลยปฏิเสธความถูกต้องอ้างว่าฝ่ายโจทก์เป็นผู้จัดทำขึ้นนำมาให้จำเลยลงลายมือชื่อโดยไม่ทราบข้อความเพราะจำเลยอ่านภาษาไทยไม่ได้ จะถือว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ไม่ได้และไม่อาจนำมารับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 15,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ. (สุรภพ ปัทมะสุคนธ์-พิชิต คำแฝง-เฉลิมชัย จารุไพบูลย์) ศาลจังหวัดชลบุรี - นางสาวรจิต แสงสุก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายพิศิฏฐ์ สุดลาภา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267148
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดชลบุรี",
        "judge": "นางสาวรจิต แสงสุก"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายพิศิฏฐ์ สุดลาภา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020106"
    }
}
date
2549
deka_no
8839/2549
deka_running_no
8839
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สุรภพ ปัทมะสุคนธ์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "เฉลิมชัย จารุไพบูลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 5",
            "ม. 453"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55",
            "ม. 249 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทฟาร์มชัยอารีย์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมศักดิ์ มหาวิโรจน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 346,116 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 304,278 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 240,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (21 มิถุนายน 2542) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 240,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2542 ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยก่อนว่าโจทก์ใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริตและมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า นายสว่างผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านรับว่า ใบส่งของเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.23 เป็นเอกสารของบริษัทโจทก์จริงและเป็นฉบับเดียวกันกับใบส่งของเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 ซึ่งมีการแก้ไข เพียงแต่อ้างว่าไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนแก้ไข เมื่อได้พิจารณาเอกสารดังกล่าวทั้งหมดประกอบคำเบิกความของนายสว่างแล้ว เห็นได้ว่าเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 และ ล. 1ถึง ล.23 เป็นเอกสารชุดเดียวกัน เอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 ทุกฉบับยกเว้นเอกสารหมาย จ.7 ซึ่งตรงกันกับเอกสารหมาย ล.7 มีการแก้ไขจากเดือน 4 หรือเดือนเมษายนเป็นเดือน 6 หรือเดือนมิถุนายน และจากเดือน 5 หรือเดือนพฤษภาคมเป็นเดือน 7 หรือเดือนกรกฎาคม เอกสารดังกล่าวอยู่ในความครอบครองของโจทก์ เชื่อว่าโจทก์มีส่วนรู้เห็นในการแก้ไขเพื่อมิให้ขาดอายุความ 2 ปี ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/34 (1) เนื่องจากโจทก์ฟ้องคดีนี้วันที่ 21 มิถุนายน 2542 ใบส่งเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.22 ยกเว้น จ.7 ที่โจทก์นำมาฟ้องและใช้อ้างเป็นพยานในคดีจึงเป็นเอกสารปลอม เป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกให้จำเลยชำระค่าสินค้าตามใบส่งของดังกล่าว ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยจะไม่ได้ให้การต่อสู้ในศาลชั้นต้น จำเลยก็ยกขึ้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง ส่วนคำร้องของจำเลยขอให้ศาลไกล่เกลี่ยฉบับลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2542 นั้นจำเลยปฏิเสธความถูกต้องอ้างว่าฝ่ายโจทก์เป็นผู้จัดทำขึ้นนำมาให้จำเลยลงลายมือชื่อโดยไม่ทราบข้อความเพราะจำเลยอ่านภาษาไทยไม่ได้ จะถือว่าจำเลยยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ไม่ได้และไม่อาจนำมารับฟังให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยได้

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงิน 15,960 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000713.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549