คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8254/2549 ฉบับเต็ม

#267150
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8254/2549 พนักงานอัยการจังหวัดเลย โจทก์ นางผ่าน แสงรัตน์ โจทก์ร่วม นายไพศาล หุมอาจ จำเลย ป.อ. มาตรา 277 วรรคสอง, มาตรา 279 วรรคหนึ่ง ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหก ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายถูกปิดตาไม่สามารถมองเห็นการกระทำของจำเลย จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายเหมือนกันทุกครั้ง โดยจับผู้เสียหายนอนหงายแล้วจำเลยนอนทับตัวผู้เสียหาย การที่จำเลยทับตัวผู้เสียหายก็ดี ใช้ขาจำเลยหนีบขาผู้เสียหายก็ดี ผู้เสียหายไม่รู้สึกเจ็บปวดที่อวัยวะเพศก็ดี ความรู้สึกเหล่านี้ผู้เสียหายย่อมรับรู้และเข้าใจได้ ส่วนความรู้สึกว่ามีสิ่งของเข้าไปในอวัยวะเพศและมีน้ำอุ่นๆเข้าไปภายในอวัยวะเพศนั้นผู้เสียหายไม่สามารถรับรู้และเข้าใจในความรู้สึกนั้น การที่ผู้เสียหายไม่รู้สึกเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ มีน้ำอุ่นๆเปรอะบริเวณหน้าขา และเจ็บหน้าขาที่ถูกจำเลยหนีบ จำเลยอายุ 45 ปี ผู้เสียหายอายุ 10 ปีเศษ จำเลยรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรงกว่าผู้เสียหายมาก หากจำเลยมีเจตนากระทำชำเราผู้เสียหาย ผู้เสียหายย่อมไม่อาจต้านทานได้ และจำเลยย่อมไม่กระทำต่อผู้เสียหายในลักษณะท่าทีใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาผู้เสียหาย ผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายไม่พบร่องรอยบาดแผลส่วนเยื่อพรหมจารีขาดไปนานแล้ว พยานหลักฐานโจทก์และโจทก์ร่วมดังกล่าวเชื่อได้ว่าอวัยวะเพศจำเลยไม่ได้ผ่านเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยเจตนากระทำต่อผู้เสียหายแต่ภายนอก จึงมีความผิดฐานกระทำอนาจาร ซึ่งศาลลงโทษได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 91 จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางผ่านมารดาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 12 ปี รวมสองกระทง จำคุก 24 ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายถูกปิดตาไม่สามารถมองเห็นการกระทำของจำเลย จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายเหมือนกันทุกครั้ง การที่จำเลยใช้ขาหนีบขาผู้เสียหายก็ดี จำเลยทับตัวผู้เสียหายก็ดี มีน้ำอุ่น ๆ เปรอะหน้าขาผู้เสียหายก็ดี ผู้เสียหายไม่รู้สึกเจ็บปวดที่อวัยวะเพศก็ดี ความรู้สึกเหล่านี้ผู้เสียหายย่อมรับรู้และเข้าใจได้ ส่วนความรู้สึกว่ามีสิ่งของเข้าไปในอวัยวะเพศและมีน้ำอุ่น ๆ เข้าไปในอวัยวะเพศนั้น เชื่อว่าผู้เสียหายไม่สามารถรับรู้และเข้าใจในความรู้สึกนั้น ผู้เสียหายเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าไม่รู้สึกเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ มีน้ำอุ่น ๆ เปรอะที่หน้าขาและที่เจ็บขณะปีนต้นมะเฟืองก็เป็นการเจ็บที่หน้าขาที่ถูกจำเลยหนีบ จำเลยอายุ 44 ปี ผู้เสียหายอายุ 10 ปีเศษ รูปร่างของจำเลยสูงใหญ่และแข็งแรงกว่าผู้เสียหายมาก หากจำเลยเจตนากระทำชำเราผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่อาจต้านทานจำเลยได้ และจำเลยย่อมไม่กระทำต่อผู้เสียหายในลักษณะท่าทีใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาผู้เสียหาย ผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายปรากฏว่าอวัยวะเพศไม่พบร่องรอยบาดแผล ส่วนเยื่อพรหมจารีขาดไปนานแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมดังกล่าวเชื่อว่าอวัยวะเพศของจำเลยไม่ได้ผ่านเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยเจตนากระทำต่อผู้เสียหายเพียงภายนอก จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำอนาจารต่อผู้เสียหาย ซึ่งศาลสามารถลงโทษจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคหนึ่ง จำคุกกระทงละ 7 ปี รวมสองกระทง จำคุก 14 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4. (ธาดา กษิตินนท์-พีรพล พิชยวัฒน์-ฐานันท์ วรรณโกวิท) ศาลจังหวัดเลย - นายถานันทร์ จันทร์ธาดารัตน์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวุฒิชัย ไวยภาษ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267150
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเลย",
        "judge": "นายถานันทร์ จันทร์ธาดารัตน์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวุฒิชัย ไวยภาษ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020330"
    }
}
date
2549
deka_no
8254/2549
deka_running_no
8254
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "ฐานันท์ วรรณโกวิท"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 277 วรรคสอง",
            "ม. 279 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคหก"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเลย"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางผ่าน แสงรัตน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายไพศาล หุมอาจ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277, 91

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางผ่านมารดาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 12 ปี รวมสองกระทง จำคุก 24 ปี คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายถูกปิดตาไม่สามารถมองเห็นการกระทำของจำเลย จำเลยกระทำต่อผู้เสียหายเหมือนกันทุกครั้ง การที่จำเลยใช้ขาหนีบขาผู้เสียหายก็ดี จำเลยทับตัวผู้เสียหายก็ดี มีน้ำอุ่น ๆ เปรอะหน้าขาผู้เสียหายก็ดี ผู้เสียหายไม่รู้สึกเจ็บปวดที่อวัยวะเพศก็ดี ความรู้สึกเหล่านี้ผู้เสียหายย่อมรับรู้และเข้าใจได้ ส่วนความรู้สึกว่ามีสิ่งของเข้าไปในอวัยวะเพศและมีน้ำอุ่น ๆ เข้าไปในอวัยวะเพศนั้น เชื่อว่าผู้เสียหายไม่สามารถรับรู้และเข้าใจในความรู้สึกนั้น ผู้เสียหายเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่าไม่รู้สึกเจ็บปวดที่อวัยวะเพศ มีน้ำอุ่น ๆ เปรอะที่หน้าขาและที่เจ็บขณะปีนต้นมะเฟืองก็เป็นการเจ็บที่หน้าขาที่ถูกจำเลยหนีบ จำเลยอายุ 44 ปี ผู้เสียหายอายุ 10 ปีเศษ รูปร่างของจำเลยสูงใหญ่และแข็งแรงกว่าผู้เสียหายมาก หากจำเลยเจตนากระทำชำเราผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่อาจต้านทานจำเลยได้ และจำเลยย่อมไม่กระทำต่อผู้เสียหายในลักษณะท่าทีใช้ขาทั้งสองข้างหนีบขาผู้เสียหาย ผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายปรากฏว่าอวัยวะเพศไม่พบร่องรอยบาดแผล ส่วนเยื่อพรหมจารีขาดไปนานแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์และโจทก์ร่วมดังกล่าวเชื่อว่าอวัยวะเพศของจำเลยไม่ได้ผ่านเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยเจตนากระทำต่อผู้เสียหายเพียงภายนอก จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำอนาจารต่อผู้เสียหาย ซึ่งศาลสามารถลงโทษจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยบางส่วน ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคหนึ่ง จำคุกกระทงละ 7 ปี รวมสองกระทง จำคุก 14 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000715.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549