คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2550 ฉบับเต็ม

#267151
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1509/2550 บริษัทสระบุรี อีซูซุลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นางวลีรัตน์ เรืองฤทธิ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3), มาตรา 249 วรรคหนี่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ที่บังคับเอากับ ป. เนื่องจากเป็นฟ้องแย้งที่บังคับเอากับบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม กับมีคำสั่งยกคำร้องที่จำเลยที่ 1 ขอหมายเรียก ป. เข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ จำเลยที่ 1 คงอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอหมายเรียก ป. โดยมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องแย้งในส่วนที่บังคับเอากับ ป. แต่อย่างใด คำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จะยกขึ้นฎีกาหาได้ไม่ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง คำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้เรียก ป. เข้าเป็นจำเลยร่วมกับโจทก์ในส่วนฟ้องแย้งนั้นเป็นคำร้องที่ยื่นเพื่อขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดี มิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความจึงไม่ใช่คำคู่ความ คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องดังกล่าวจึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความแต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 (1) จำเลยที่ 1 จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2545 ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายปรีดาเป็นจำเลยร่วมกับโจทก์ในการฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งโดยยกฟ้องแย้งที่บังคับเอากับนายปรีดา และมีคำสั่งคำร้องฉบับดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ว่า เนื่องจากศาลสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในส่วนของนายปรีดา จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาในประการแรกว่าฟ้องแย้งในส่วนของนายปรีดา เกี่ยวกับฟ้องเดิมพอจะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเข้าด้วยกันได้ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับเป็นให้รับฟ้องแย้งในส่วนดังกล่าวนั้น ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับฟ้องแย้งที่บังคับเอากับนายปรีดา คุ้มแก้ว นั้นให้ยก เนื่องจากเป็นฟ้องแย้งที่บังคับบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม..." กับมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้หมายเรียกนายปรีดา เข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ว่า "เนื่องจากศาลสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในส่วนของนายปรีดา จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ" จำเลยที่ 1 คงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอหมายเรียกนายปรีดาเข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นให้หมายเรียกนายปรีดาเข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ โดยมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องแย้งที่บังคับเอากับนายปรีดาแต่อย่างใด คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จะยกขึ้นฎีกาหาได้ไม่ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นรับฎีกาข้อนี้มาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 เพียงว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบหรือไม่ เห็นว่าคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ขอให้เรียกนายปรีดาเข้าเป็นจำเลยร่วมกับโจทก์ในส่วนฟ้องแย้งนั้นเป็นเพียงคำร้องที่ยื่นเพื่อขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีมิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความแต่อย่างใด จึงไม่ใช่คำคู่ความ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องนี้จึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความ แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) จำเลยที่ 1 จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว คำร้องดังกล่าวของจำเลยที่ 1 หาใช่คำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (2) ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ได้สั่งเรื่องค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไข พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-เรวัตร อิศราภรณ์-ประทีป เฉลิมภัทรกุล) ศาลจังหวัดสระบุรี - นายสิงห์ชัย สุพรรณพงษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายถมรัตน์ เลิศไพรวัน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267151
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระบุรี",
        "judge": "นายสิงห์ชัย สุพรรณพงษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายถมรัตน์ เลิศไพรวัน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018383"
    }
}
date
2550
deka_no
1509/2550
deka_running_no
1509
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 57 (3)",
            "ม. 249 วรรคหนี่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทสระบุรี อีซูซุลิสซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวลีรัตน์ เรืองฤทธิ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2545 ขอให้ศาลชั้นต้นหมายเรียกนายปรีดาเป็นจำเลยร่วมกับโจทก์ในการฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับคำให้การและฟ้องแย้งโดยยกฟ้องแย้งที่บังคับเอากับนายปรีดา และมีคำสั่งคำร้องฉบับดังกล่าวของจำเลยที่ 1 ว่า เนื่องจากศาลสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในส่วนของนายปรีดา จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาในประการแรกว่าฟ้องแย้งในส่วนของนายปรีดา เกี่ยวกับฟ้องเดิมพอจะรวมพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเข้าด้วยกันได้ขอให้ศาลฎีกาพิพากษากลับเป็นให้รับฟ้องแย้งในส่วนดังกล่าวนั้น ปรากฏว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับฟ้องแย้งที่บังคับเอากับนายปรีดา คุ้มแก้ว นั้นให้ยก เนื่องจากเป็นฟ้องแย้งที่บังคับบุคคลภายนอกไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม..." กับมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ขอให้หมายเรียกนายปรีดา เข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ว่า "เนื่องจากศาลสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ในส่วนของนายปรีดา จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ" จำเลยที่ 1 คงอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอหมายเรียกนายปรีดาเข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับคำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นให้หมายเรียกนายปรีดาเข้าเป็นจำเลยฟ้องแย้งร่วมกับโจทก์ โดยมิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกฟ้องแย้งที่บังคับเอากับนายปรีดาแต่อย่างใด คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงถึงที่สุดไปแล้ว จำเลยที่ 1 จะยกขึ้นฎีกาหาได้ไม่ ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นรับฎีกาข้อนี้มาจึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 เพียงว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบหรือไม่ เห็นว่าคำร้องจำเลยที่ 1 ที่ขอให้เรียกนายปรีดาเข้าเป็นจำเลยร่วมกับโจทก์ในส่วนฟ้องแย้งนั้นเป็นเพียงคำร้องที่ยื่นเพื่อขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีมิใช่เพื่อตั้งประเด็นระหว่างคู่ความแต่อย่างใด จึงไม่ใช่คำคู่ความ คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องนี้จึงมิใช่คำสั่งไม่รับคำคู่ความ แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226 (1) จำเลยที่ 1 จึงยังไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ชอบแล้ว คำร้องดังกล่าวของจำเลยที่ 1 หาใช่คำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 (2) ดังที่จำเลยที่ 1 ฎีกาไม่ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ได้สั่งเรื่องค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไข

พิพากษายืน ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์และค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000698.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550