คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2550 ฉบับเต็ม

#267163
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1703/2550 นายสังข์ เหลืองอรุณวิไล โจทก์ นางวรรณวิมล เลิศปัญญาพรหรืออัศวเศรณี จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 200, มาตรา 201 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 การที่เจ้าหน้าที่ส่งหมายนำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยตรงตามฟ้อง แล้วเจ้าหน้าที่รายงานผลการส่งหมายว่า ส่งไม่ได้เพราะไม่พบภูมิลำเนา ค้นหาบริเวณใกล้เคียง และสอบถามผู้พักอาศัยบริเวณดังกล่าว ไม่มีผู้ใดพบบ้านเลขที่ซึ่งฟ้องระบุเป็นภูมิลำเนาจำเลย แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงในสำนวนตามรายงานผลการส่งหมายให้แก่จำเลยในครั้งก่อนๆ ว่า เจ้าหน้าที่เคยนำหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องไปส่งให้แก่จำเลย 2 ครั้ง และส่งหมายเรียกคดีอาญาให้แก่จำเลยอีก 1 ครั้งได้โดยวิธีปิดหมายที่ภูมิลำเนาเดียวกันนี้ และในการไต่สวนมูลฟ้องจำเลยได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาด้วย แสดงว่าที่เจ้าหน้าที่ส่งหมายนำสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้แก่จำเลยในครั้งนี้แล้วรายงานว่าไม่พบภูมิลำเนา อาจเป็นเพราะเสาะหาไม่ทั่วถึง จึงถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้แก่จำเลยไม่ได้เป็นเพราะหาตัวจำเลยไม่พบ หรือจำเลยหลบหนีหรือจำเลยจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ อันศาลชั้นต้นจะต้องรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป ดังที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 201 แต่เป็นกรณีที่ยังไม่มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแก้ตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. มาตรา 200 ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 โดยไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแก้ก่อน ย่อมทำให้จำเลยเสียสิทธิตามกฎหมายในการทำคำแก้อุทธรณ์ และที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาคดีโดยมิได้มีการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแก้ก่อน จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 200 ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาคดีอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ต้องย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในเรื่องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแก้ก่อน แล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 5 กระทง จำคุก 5 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่ได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลยแก้ก่อนส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษา เห็นว่า เจ้าหน้าที่ส่งหมายได้นำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งตรงตามฟ้อง และปรากฏจากรายงานการส่งหมายลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 ว่าส่งไม่ได้โดยไม่พบภูมิลำเนา แต่กลับปรากฏว่าในการส่งหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องให้แก่จำเลย 2 ครั้ง กับส่งหมายเรียกคดีอาญาอีก 1 ครั้งโดยส่งที่ภูมิลำเนาเดียวกันตามฟ้องทั้งหมดปรากฏตามรายงานการส่งหมายว่า ส่งได้โดยวิธีปิดหมาย และในการไต่ส่วนมูลฟ้องจำเลยได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาด้วย จึงแสดงว่าที่เจ้าหน้าที่ส่งหมายนำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลยแล้วรายงานว่าไม่พบภูมิลำเนานั้น อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ส่งหมายหาไม่ทั่วถึง ทั้งที่เคยปิดหมายมาแล้ว 2 ครั้ง จึงถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพราะหาตัวจำเลยไม่พบหรือจำเลยหลบหนีหรือจำเลยจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 201 อันศาลจะต้องรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป แต่เป็นกรณีที่ยังไม่มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแก้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 อันเป็นการทำให้จำเลยเสียสิทธิในการทำคำแก้อุทธรณ์ตามกฎหมายดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาคดีโดยมิได้มีการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยเพื่อแก้อุทธรณ์นั้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีก พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในเรื่องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี. (บวร กุลทนันทน์-ชัช ชลวร-วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์) ศาลแขวงสมุทรปราการ - นายภัทรภณ ขวัญเมือง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แพนเดช แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267163
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงสมุทรปราการ",
        "judge": "นายภัทรภณ ขวัญเมือง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสมพงศ์ แพนเดช"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018269"
    }
}
date
2550
deka_no
1703/2550
deka_running_no
1703
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "บวร กุลทนันทน์",
    "ชัช ชลวร",
    "วีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 200",
            "ม. 201"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสังข์ เหลืองอรุณวิไล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวรรณวิมล เลิศปัญญาพรหรืออัศวเศรณี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 มาตรา 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 5 กระทง จำคุก 5 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่าศาลชั้นต้นไม่ได้ส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้จำเลยแก้ก่อนส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษา เห็นว่า เจ้าหน้าที่ส่งหมายได้นำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลย ณ ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งตรงตามฟ้อง และปรากฏจากรายงานการส่งหมายลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 ว่าส่งไม่ได้โดยไม่พบภูมิลำเนา แต่กลับปรากฏว่าในการส่งหมายนัดไต่สวนมูลฟ้องให้แก่จำเลย 2 ครั้ง กับส่งหมายเรียกคดีอาญาอีก 1 ครั้งโดยส่งที่ภูมิลำเนาเดียวกันตามฟ้องทั้งหมดปรากฏตามรายงานการส่งหมายว่า ส่งได้โดยวิธีปิดหมาย และในการไต่ส่วนมูลฟ้องจำเลยได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาด้วย จึงแสดงว่าที่เจ้าหน้าที่ส่งหมายนำสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ไปส่งให้แก่จำเลยแล้วรายงานว่าไม่พบภูมิลำเนานั้น อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ส่งหมายหาไม่ทั่วถึง ทั้งที่เคยปิดหมายมาแล้ว 2 ครั้ง จึงถือไม่ได้ว่าการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้แก่จำเลยไม่ได้นั้นเป็นเพราะหาตัวจำเลยไม่พบหรือจำเลยหลบหนีหรือจำเลยจงใจไม่รับสำเนาอุทธรณ์ ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 201 อันศาลจะต้องรีบส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป แต่เป็นกรณีที่ยังไม่มีการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยแก้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 อันเป็นการทำให้จำเลยเสียสิทธิในการทำคำแก้อุทธรณ์ตามกฎหมายดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังขึ้น ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาคดีโดยมิได้มีการนำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยเพื่อแก้อุทธรณ์นั้น จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลยอีก

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการในเรื่องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลย แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000697.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550