คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3450/2549 ฉบับเต็ม

#267191
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3450/2549 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายนคร บาลเพชร ผู้ประกัน นางสาววนิดา ไสยวรรณ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 193 ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ ผู้ประกันยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อสิทธิในการร้องขอให้บังคับคดีแก่ผู้ประกันสิ้นสุดแล้ว ศาลชั้นต้นต้องคืนหลักประกันแก่ผู้ประกันตนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 118 เป็นกรณีพิจารณาเกี่ยวกับสัญญาประกันตัวจำเลยในคดีอาญา ซึ่งการใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.อ. ภาค 4 ลักษณะ 1 โดยมาตรา 193 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดอนุญาตให้คู่ความอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ดังเช่นคดีแพ่ง จึงนำ ป.วิ.พ. มาตรา 223 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นายนคร บาลเพชร ผู้ประกัน ได้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างพิจารณาโดยศาลชั้นต้นตีราคาประกันเป็นเงิน 80,000 บาท วันที่ 14 พฤษภาคม 2534 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ประกันตนตามสัญญาประกัน ผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 12 มิถุนายน 2534 ขอให้ยกเลิกค่าปรับหรือลดค่าปรับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับผู้ประกันเป็นเงิน 46,300 บาท ผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 6 ธันวาคม 2548 ขอให้ศาลชั้นต้นคืนหลักประกันเพราะโจทก์ไม่ได้ดำเนินการบังคับคดีผู้ประกันภายในระยะเวลา 10 ปี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ความปรากฏแก่ศาลเมื่อนายประกันยื่นคำร้องขอคืนหลักประกัน ถือได้ว่ามีการร้องขอให้บังคับคดีภายในระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะคืนหลักประกัน ให้ยกคำร้อง ผู้ประกันอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่ผู้ประกันยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อสิทธิในการร้องขอให้บังคับคดีแก่ผู้ประกันสิ้นสุดแล้ว ศาลชั้นต้นต้องคืนหลักประกันแก่ผู้ประกันตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 118 นั้น เป็นกรณีพิจารณาความเกี่ยวกับสัญญาประกันตัวจำเลยในคดีอาญา ซึ่งการใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 4 ลักษณะ 1 โดยมาตรา 193 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดอนุญาตให้คู่ความอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ดังเช่นคดีแพ่ง จึงนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้องเพราะเป็นการอุทธรณ์ข้ามลำดับศาล" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ประกันยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกานั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งอุทธรณ์ของผู้ประกันไปยังศาลอุทธรณ์ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป. (สมศักดิ์ เนตรมัย-สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-สุรศักดิ์ สุวรรณประกร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267191
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024072"
    }
}
date
2549
deka_no
3450/2549
deka_running_no
3450
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ เนตรมัย",
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 193"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 223 ทวิ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม"
    },
    {
        "role": "ผู้ประกัน",
        "name": "นายนคร บาลเพชร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาววนิดา ไสยวรรณ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 นายนคร บาลเพชร ผู้ประกัน ได้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างพิจารณาโดยศาลชั้นต้นตีราคาประกันเป็นเงิน 80,000 บาท

วันที่ 14 พฤษภาคม 2534 ซึ่งเป็นวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลยไม่มาศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งปรับผู้ประกันตนตามสัญญาประกัน

ผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 12 มิถุนายน 2534 ขอให้ยกเลิกค่าปรับหรือลดค่าปรับ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้ยกคำร้อง

ผู้ประกันอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ปรับผู้ประกันเป็นเงิน 46,300 บาท

ผู้ประกันยื่นคำร้องลงวันที่ 6 ธันวาคม 2548 ขอให้ศาลชั้นต้นคืนหลักประกันเพราะโจทก์ไม่ได้ดำเนินการบังคับคดีผู้ประกันภายในระยะเวลา 10 ปี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ความปรากฏแก่ศาลเมื่อนายประกันยื่นคำร้องขอคืนหลักประกัน ถือได้ว่ามีการร้องขอให้บังคับคดีภายในระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 271 แล้ว กรณีไม่มีเหตุที่จะคืนหลักประกัน ให้ยกคำร้อง

ผู้ประกันอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า ที่ผู้ประกันยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อสิทธิในการร้องขอให้บังคับคดีแก่ผู้ประกันสิ้นสุดแล้ว ศาลชั้นต้นต้องคืนหลักประกันแก่ผู้ประกันตนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 118 นั้น เป็นกรณีพิจารณาความเกี่ยวกับสัญญาประกันตัวจำเลยในคดีอาญา ซึ่งการใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ภาค 4 ลักษณะ 1 โดยมาตรา 193 วรรคหนึ่ง ได้บัญญัติหลักเกณฑ์ในการอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดอนุญาตให้คู่ความอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาได้ดังเช่นคดีแพ่ง จึงนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นโดยตรงต่อศาลฎีกาจึงไม่ถูกต้องเพราะเป็นการอุทธรณ์ข้ามลำดับศาล"

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ผู้ประกันยื่นอุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกานั้นเสีย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งอุทธรณ์ของผู้ประกันไปยังศาลอุทธรณ์ที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000749.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549