คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2550 ฉบับเต็ม

#267266
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 45/2550 นายพิชิต ก้อนทรัพย์ กับพวก โจทก์ สำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 20, มาตรา 147 ในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจดแจ้งรายงานไว้ด้านหลังคำพิพากษาว่า "นัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันนี้ โจทก์ทั้งสามทราบนัดโดยชอบแล้วแต่ไม่มาศาล จึงให้งดการอ่าน และถือว่าคำพิพากษาได้อ่านให้โจทก์ทั้งสามฟังตามกฎหมาย" กรณีดังกล่าวจึงถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ส่วนที่โจทก์ที่ 1 อ้างเหตุที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเพราะเจ็บป่วย ก็ไม่เป็นเหตุให้ต้องมีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ที่ 1 ฟังใหม่ และถือว่าคดีถึงที่สุดในวันที่ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว การที่โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไกล่เกลี่ยในวันถัดจากวันที่คดีถึงที่สุด จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาตามคำร้องของโจทก์ที่ 1 อีกต่อไป ___________________________ คดีนี้โจทก์ทั้งสามยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคำฟ้องโจทก์ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 และมาตรา 172 จึงให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์เพื่อทำมาใหม่ให้ถูกต้องตามมาตรา 18 ต่อมาโจทก์จึงทำคำฟ้องมายื่นใหม่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางตรวจคำฟ้องฉบับที่โจทก์นำมายื่นใหม่แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล โดยเขียนฟุ่มเฟือยและไม่มีลายมือชื่อของคู่ความโดยครบถ้วน จึงไม่รับคำฟ้องของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้แก่โจทก์ โจทก์ทั้งสมอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 4 สิงหาคม 2549 เพื่อขอให้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความระหว่างคู่ความ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งลงวันที่ 7 สิงหาคม 2549 ให้ยกคำร้องโดยวินิจฉัยว่าศาลยังมิได้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา ต่อมาในสำนวนหลัก ศาลฎีกามีคำพิพากษายืน และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 วันที่ 29 สิงหาคม 2549 โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไกล่เกลี่ยอีก ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ยกคำร้อง โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ไม่รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา โดยในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจดแจ้งรายงานไว้ด้านหลังคำพิพากษาศาลฎีกา "นัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันนี้ โจทก์ทั้งสามทราบนัดโดยชอบแล้วแต่ไม่มาศาล จึงให้งดการอ่านและถือว่าคำพิพากษาได้อ่านให้โจทก์ทั้งสามฟังตามกฎหมายแจ้งการอ่าน" กรณีดังกล่าวจึงถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 ส่วนที่โจทก์ที่ 1 อ้างเหตุที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาฎีกาเพราะเจ็บป่วยก็ไม่เป็นเหตุให้ต้องมีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ที่ 1 ฟังใหม่แต่ประการใด และถือว่าคดีถึงที่สุดในวันที่ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว ดังนี้การที่โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไกล่เกลี่ยในวันถัดจากวันที่คดีถึงที่สุด จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาตามคำร้องของโจทก์ที่ 1 ขอให้ไกล่เกลี่ยเพื่อการประนีประนอมอีกต่อไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267266
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082019990"
    }
}
date
2550
deka_no
45/2550
deka_running_no
45
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 20",
            "ม. 147"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพิชิต ก้อนทรัพย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สำนักสิทธิบัตร กรมทรัพย์สินทางปัญญา กับพวก"
    }
]
long_text
คดีนี้โจทก์ทั้งสามยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคำฟ้องโจทก์ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 67 และมาตรา 172 จึงให้คืนคำฟ้องแก่โจทก์เพื่อทำมาใหม่ให้ถูกต้องตามมาตรา 18 ต่อมาโจทก์จึงทำคำฟ้องมายื่นใหม่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางตรวจคำฟ้องฉบับที่โจทก์นำมายื่นใหม่แล้วมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล โดยเขียนฟุ่มเฟือยและไม่มีลายมือชื่อของคู่ความโดยครบถ้วน จึงไม่รับคำฟ้องของโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดให้แก่โจทก์

โจทก์ทั้งสมอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องลงวันที่ 4 สิงหาคม 2549 เพื่อขอให้ไกล่เกลี่ยประนีประนอมยอมความระหว่างคู่ความ

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง มีคำสั่งลงวันที่ 7 สิงหาคม 2549 ให้ยกคำร้องโดยวินิจฉัยว่าศาลยังมิได้รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา

ต่อมาในสำนวนหลัก ศาลฎีกามีคำพิพากษายืน และศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549

วันที่ 29 สิงหาคม 2549 โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไกล่เกลี่ยอีก ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางให้ยกคำร้อง

โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางที่ไม่รับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณา โดยในวันนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจดแจ้งรายงานไว้ด้านหลังคำพิพากษาศาลฎีกา "นัดฟังคำพิพากษาฎีกาวันนี้ โจทก์ทั้งสามทราบนัดโดยชอบแล้วแต่ไม่มาศาล จึงให้งดการอ่านและถือว่าคำพิพากษาได้อ่านให้โจทก์ทั้งสามฟังตามกฎหมายแจ้งการอ่าน" กรณีดังกล่าวจึงถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังโดยชอบด้วยกฎหมายเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2549 ส่วนที่โจทก์ที่ 1 อ้างเหตุที่ไม่ไปฟังคำพิพากษาฎีกาเพราะเจ็บป่วยก็ไม่เป็นเหตุให้ต้องมีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้โจทก์ที่ 1 ฟังใหม่แต่ประการใด และถือว่าคดีถึงที่สุดในวันที่ถือว่าได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้คู่ความฟังแล้ว ดังนี้การที่โจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้ศาลไกล่เกลี่ยในวันถัดจากวันที่คดีถึงที่สุด จึงไม่มีเหตุที่จะพิจารณาตามคำร้องของโจทก์ที่ 1 ขอให้ไกล่เกลี่ยเพื่อการประนีประนอมอีกต่อไป ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000712.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550