คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4889/2549 ฉบับเต็ม

#267292
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4889/2549 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ นางนุชนารถ รุ่งรังสีกุล จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 150, มาตรา 174 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยทั้งหมด จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาตามจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกา 200 บาท อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้อง เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่จากจำเลยให้ครบถ้วน และศาลชั้นต้นได้มีหมายแจ้งให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่แล้ว แต่จำเลยไม่ยอมชำระ ถือได้ว่าเป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 174 (5) ประกอบด้วยมาตรา 246 และมาตรา 247 (คำสั่งศาลฎีกา) ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้หักเงินที่นางกฤษณา คุ้มภัย นำเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้จำนวน 8 ครั้ง นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2529 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2530 ออกจากยอดเงินที่นางกฤษณาต้องชำระ โดยหักออกชดใช้เป็นค่าดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นก่อน ที่เหลือให้หักชำระหนี้ต้นเงินทุกครั้งที่มีการนำเงินเข้าบัญชี ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระ ระหว่างวันที่ 25 เมษายน 2530 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ในอัตราเดียวกันนั้นเป็นดอกเบี้ยที่ขาดอายุความแล้ว คำนวณได้เท่าใดให้นำไปหักออกด้วย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้นจำนวน 10,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับหมาย จำเลยได้รับหมายแจ้งคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วแต่มิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้หักเงินที่นางกฤษณา คุ้มภัย นำเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้จำนวน 8 ครั้ง นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2529 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2530 ออกจากยอดเงินที่นางกฤษณาต้องชำระโดยหักออกชดใช้เป็นค่าดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นก่อน ที่เหลือให้หักชำระต้นเงินทุกครั้งที่มีการนำเงินเข้าบัญชี ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระระหว่างวันที่ 24 เมษายน 2530 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ในอัตราเดียวกันนั้นเป็นดอกเบี้ยที่ขาดอายุความแล้ว คำนวณได้เท่าใดให้นำไปหักออกด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยทั้งหมดแก่โจทก์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาตามจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องชำระแก่โจกท์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาเพียง 200 บาท อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้อง เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่จากจำเลยให้ครบถ้วน และศาลชั้นต้นได้มีหมายแจ้งให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่ยังขาดอยู่แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมชำระ กรณีถือได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด เป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และมาตรา 247" ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (สมชัย จึงประเสริฐ-บุญรอด ตันประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267292
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022760"
    }
}
date
2549
deka_no
4889/2549
deka_running_no
4889
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย จึงประเสริฐ",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 174"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนุชนารถ รุ่งรังสีกุล"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้หักเงินที่นางกฤษณา คุ้มภัย นำเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้จำนวน 8 ครั้ง นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2529 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2530 ออกจากยอดเงินที่นางกฤษณาต้องชำระ โดยหักออกชดใช้เป็นค่าดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นก่อน ที่เหลือให้หักชำระหนี้ต้นเงินทุกครั้งที่มีการนำเงินเข้าบัญชี ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระ ระหว่างวันที่ 25 เมษายน 2530 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ในอัตราเดียวกันนั้นเป็นดอกเบี้ยที่ขาดอายุความแล้ว คำนวณได้เท่าใดให้นำไปหักออกด้วย กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้นจำนวน 10,000 บาท

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาตามทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับหมาย จำเลยได้รับหมายแจ้งคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วแต่มิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นฎีกามาชำระภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงส่งสำนวนคืนมายังศาลฎีกาเพื่อพิจารณา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 1,042,857.79 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยให้หักเงินที่นางกฤษณา คุ้มภัย นำเข้าบัญชีเพื่อชำระหนี้จำนวน 8 ครั้ง นับแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2529 ถึงวันที่ 24 เมษายน 2530 ออกจากยอดเงินที่นางกฤษณาต้องชำระโดยหักออกชดใช้เป็นค่าดอกเบี้ยแบบไม่ทบต้นก่อน ที่เหลือให้หักชำระต้นเงินทุกครั้งที่มีการนำเงินเข้าบัญชี ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระระหว่างวันที่ 24 เมษายน 2530 ถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2530 ในอัตราเดียวกันนั้นเป็นดอกเบี้ยที่ขาดอายุความแล้ว คำนวณได้เท่าใดให้นำไปหักออกด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่ต้องชำระดอกเบี้ยทั้งหมดแก่โจทก์ จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์พิพาทในชั้นฎีกาตามจำนวนดอกเบี้ยที่จำเลยต้องชำระแก่โจกท์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แต่จำเลยเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกามาเพียง 200 บาท อย่างคดีไม่มีทุนทรัพย์เป็นการไม่ถูกต้อง เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลที่ยังขาดอยู่จากจำเลยให้ครบถ้วน และศาลชั้นต้นได้มีหมายแจ้งให้จำเลยชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาที่ยังขาดอยู่แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉยไม่ยอมชำระ กรณีถือได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนด เป็นการทิ้งฟ้องฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 และมาตรา 247"

ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000737.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549