คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2548 ฉบับเต็ม

#267351
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 724/2548 บริษัทเซ็นทรัล จัสติน จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายจตุรงค์ บุณยประเวศ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 166 โจทก์ไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานนัดต่อมาเพราะสำคัญผิดเนื่องจากจำวันนัดผิด เป็นเรื่องความบกพร่องหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นความผิดพลาดของทนายโจทก์เองที่จำวันนัดคลาดเคลื่อน ถือไม่ได้ว่ามีเหตุผลสมควรเพียงพอที่จะอนุญาตให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 166 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83, 90 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83 ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้พิจารณา ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่มีมูล ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2545 จนกระทั่งวันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์นำพยานเข้าสืบมาแล้วทั้งหมดรวม 4 ปาก ทนายโจทก์แถลงว่าพยานโจทก์ 1 ปาก ได้รับหมายเรียกแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ต่อในวันที่ 28 สิงหาคม 2545 เวลา 13.30 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดดังกล่าว จำเลยที่ 2 ที่ 3 และทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 มาศาล แต่ฝ่ายโจทก์ไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้ออ้างของโจทก์ไม่มีเหตุสมควร มีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามรูปคดี จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ชอบแล้วหรือไม่ ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดโดยอ้างว่าจำวันนัดผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ อย่างไม่มีเหตุผล เพราะทนายโจทก์เป็นผู้ขอกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ด้วยตนเองก่อนแล้วจึงแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบ พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าทนายโจทก์ไม่ได้เอาใจใส่ในคดีของตน กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 บัญญัติเป็นใจความว่า กรณีที่ศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด ถ้าโจทก์มาร้องภายใน 15 วัน นับแต่วันศาลยกฟ้อง โดยแสดงให้ศาลเห็นได้ว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ ก็ให้ศาลยกคดีนั้นขึ้นพิจารณาใหม่ สำหรับคดีนี้โจทก์อ้างว่าทนายโจทก์จำวันนัดผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปโดยสำคัญผิดและเชื่อโดยสุจริตว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 กันยายน 2545 จึงไม่ได้มาศาลในวันที่ 28 สิงหาคม 2545 อันเป็นวันนัด เห็นว่า ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ว่า ทนายโจทก์ได้ลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดไว้โดยชอบแล้ว อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่าทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องแจ้งเหตุดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 2 กันยายน 2545 อันเป็นวันที่ทนายโจทก์มาศาลด้วยความสำคัญผิดในวันกำหนดนัด แต่ทนายโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องขอคัดเอกสารต่าง ๆ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2545 โดยอ้างเหตุว่าเพราะศาลยกฟ้องโจทก์แล้ว และยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2545 พฤติการณ์แห่งคดีตามข้ออ้างของโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดเป็นเพราะสำคัญผิดเนื่องจากจำวันนัดผิด ก็เป็นเรื่องความบกพร่องหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นความผิดพลาดของทนายโจทก์เองที่จำวันนัดคลาดเคลื่อน กรณียังถือไม่ได้ว่ามีเหตุสมควรเพียงพอที่จะอนุญาตให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง. (ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล-สบโชค สุขารมณ์-เรวัตร อิศราภรณ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267351
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082034941"
    }
}
date
2548
deka_no
724/2548
deka_running_no
724
deka_year
2548
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล",
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "เรวัตร อิศราภรณ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 166"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเซ็นทรัล จัสติน จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจตุรงค์ บุณยประเวศ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83, 90 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีมูลตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353, 354, 83 ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 2 และที่ 3 ไว้พิจารณา ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่มีมูล ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2545 จนกระทั่งวันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ซึ่งก่อนหน้านั้นโจทก์นำพยานเข้าสืบมาแล้วทั้งหมดรวม 4 ปาก ทนายโจทก์แถลงว่าพยานโจทก์ 1 ปาก ได้รับหมายเรียกแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์ต่อในวันที่ 28 สิงหาคม 2545 เวลา 13.30 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดดังกล่าว จำเลยที่ 2 ที่ 3 และทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 มาศาล แต่ฝ่ายโจทก์ไม่มีผู้ใดมาศาล ศาลชั้นต้นจึงพิพากษาให้ยกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181

โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนเพื่อยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นเห็นว่าข้ออ้างของโจทก์ไม่มีเหตุสมควร มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ แล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามรูปคดี

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ชอบแล้วหรือไม่ ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกาว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดโดยอ้างว่าจำวันนัดผิดพลาดคลาดเคลื่อนไป เป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ อย่างไม่มีเหตุผล เพราะทนายโจทก์เป็นผู้ขอกำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์ด้วยตนเองก่อนแล้วจึงแจ้งให้ศาลชั้นต้นทราบ พฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าทนายโจทก์ไม่ได้เอาใจใส่ในคดีของตน กรณีจึงไม่มีเหตุสมควรให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 บัญญัติเป็นใจความว่า กรณีที่ศาลยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มาตามกำหนดนัด ถ้าโจทก์มาร้องภายใน 15 วัน นับแต่วันศาลยกฟ้อง โดยแสดงให้ศาลเห็นได้ว่ามีเหตุสมควรจึงมาไม่ได้ ก็ให้ศาลยกคดีนั้นขึ้นพิจารณาใหม่ สำหรับคดีนี้โจทก์อ้างว่าทนายโจทก์จำวันนัดผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปโดยสำคัญผิดและเชื่อโดยสุจริตว่าศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2 กันยายน 2545 จึงไม่ได้มาศาลในวันที่ 28 สิงหาคม 2545 อันเป็นวันนัด เห็นว่า ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2545 ว่า ทนายโจทก์ได้ลงลายมือชื่อรับทราบวันนัดไว้โดยชอบแล้ว อีกทั้งยังไม่ปรากฏว่าทนายโจทก์ได้ยื่นคำร้องแจ้งเหตุดังกล่าวต่อศาลชั้นต้นในวันที่ 2 กันยายน 2545 อันเป็นวันที่ทนายโจทก์มาศาลด้วยความสำคัญผิดในวันกำหนดนัด แต่ทนายโจทก์เพิ่งจะยื่นคำร้องขอคัดเอกสารต่าง ๆ เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2545 โดยอ้างเหตุว่าเพราะศาลยกฟ้องโจทก์แล้ว และยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2545 พฤติการณ์แห่งคดีตามข้ออ้างของโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือ ดังนั้น แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่า การที่โจทก์ไม่มาศาลตามกำหนดนัดเป็นเพราะสำคัญผิดเนื่องจากจำวันนัดผิด ก็เป็นเรื่องความบกพร่องหรือประมาทเลินเล่ออันเป็นความผิดพลาดของทนายโจทก์เองที่จำวันนัดคลาดเคลื่อน กรณียังถือไม่ได้ว่ามีเหตุสมควรเพียงพอที่จะอนุญาตให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง ประกอบมาตรา 181 ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000850.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2548