คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8729/2549 ฉบับเต็ม

#267353
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8729/2549 นายถิรพงศ์ นวังคสัตถุศาสน์ โจทก์ นายกุหลาบ ลิ้มหลาย จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง คดีก่อนโจทก์จำเลยพิพาทกันว่าที่ดินพิพาทเป็นทางภารจำยอมหรือทางจำเป็นหรือทางสาธารณะ ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวมีคำพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณะ แม้คดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้อง แต่คำพิพากษาดังกล่าวได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินพิพาทเป็นทางสาธารณะ ตามที่คำฟ้องในคดีดังกล่าวอ้างและมีคำขอให้จดทะเบียนที่ดินเป็นทางสาธารณะ ซึ่งเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทโต้แย้งในประเด็นแห่งคดีแล้ว อันเป็นประเด็นข้อพิพาทเดียวกันกับคดีนี้และเกี่ยวกับที่ดินแปลงเดียวกัน คำพิพากษาในคดีดังกล่าวจึงย่อมผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวและจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวด้วย ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนโครงเหล็กมีหลังคาของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ และหากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอน โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 25,000 บาท และชำระค่าเสียหายอีกในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนโครงเหล็กดังกล่าวออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 ตามฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีสาเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนคดีนี้จำเลยกับพวกฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่ง ขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนภารจำยอมหรือทางจำเป็นในที่ดินที่มีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ให้แก่ที่ดินของจำเลยกับพวก หรือจดทะเบียนเป็นทางสาธารณะ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดวินิจฉัยว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 เป็นทางสาธารณะ ตามคดีหมายเลขแดงที่ 19795/2540 ของศาลชั้นต้น ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 ตามฟ้องโจทก์ในคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า คำพิพากษาในคดีก่อนที่วินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 ตามฟ้องเป็นทางสาธารณะมีผลผูกพันโจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คดีก่อนศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวมิใช่เป็นผู้แพ้คดีในประเด็นข้อพิพาท คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ เห็นว่า แม้คดีก่อนตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 19795/2540 ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง แต่คำพิพากษาดังกล่าวได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 เป็นทางสาธารณะ ตามที่คำฟ้องในคดีดังกล่าวได้กล่าวอ้างและมีคำขอให้จดทะเบียนที่ดินเป็นทางสาธาณะ คำวินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทโต้แย้งในประเด็นแห่งคดี ย่อมมีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวและจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวด้วยตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคนึ่ง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาทให้แก่โจทก์ ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (นินนาท สาครรัตน์-ธานิศ เกศวพิทักษ์-วีระศักดิ์ นิศามณี) ศาลแพ่ง - นายจุฬา อินอิว ศาลอุทธรณ์ - นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267353
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายจุฬา อินอิว"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020109"
    }
}
date
2549
deka_no
8729/2549
deka_running_no
8729
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "นินนาท สาครรัตน์",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "วีระศักดิ์ นิศามณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 145 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายถิรพงศ์ นวังคสัตถุศาสน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายกุหลาบ ลิ้มหลาย"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนโครงเหล็กมีหลังคาของจำเลยออกไปจากที่ดินของโจทก์ และส่งมอบที่ดินคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ห้ามจำเลยเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์ และหากจำเลยไม่รื้อถอนให้โจทก์เป็นผู้รื้อถอน โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย กับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย 25,000 บาท และชำระค่าเสียหายอีกในอัตราเดือนละ 5,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนโครงเหล็กดังกล่าวออกไปจากที่ดินของโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างการพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 ตามฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์แถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ จึงให้งดชี้สองสถานและงดสืบพยาน

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีสาเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ก่อนคดีนี้จำเลยกับพวกฟ้องโจทก์เป็นคดีแพ่ง ขอให้บังคับโจทก์จดทะเบียนภารจำยอมหรือทางจำเป็นในที่ดินที่มีชื่อโจทก์ถือกรรมสิทธิ์ให้แก่ที่ดินของจำเลยกับพวก หรือจดทะเบียนเป็นทางสาธารณะ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดวินิจฉัยว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 เป็นทางสาธารณะ ตามคดีหมายเลขแดงที่ 19795/2540 ของศาลชั้นต้น ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินแปลงเดียวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 ตามฟ้องโจทก์ในคดีนี้ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อเดียวว่า คำพิพากษาในคดีก่อนที่วินิจฉัยว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 ตามฟ้องเป็นทางสาธารณะมีผลผูกพันโจทก์หรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า คดีก่อนศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวมิใช่เป็นผู้แพ้คดีในประเด็นข้อพิพาท คำพิพากษาดังกล่าวจึงไม่มีผลผูกพันโจทก์ เห็นว่า แม้คดีก่อนตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 19795/2540 ดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง แต่คำพิพากษาดังกล่าวได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 50434 เป็นทางสาธารณะ ตามที่คำฟ้องในคดีดังกล่าวได้กล่าวอ้างและมีคำขอให้จดทะเบียนที่ดินเป็นทางสาธาณะ คำวินิจฉัยดังกล่าวจึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทโต้แย้งในประเด็นแห่งคดี ย่อมมีผลผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวและจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีดังกล่าวด้วยตามประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคนึ่ง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาทให้แก่โจทก์ ค่าธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000713.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549