คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6468/2549 ฉบับเต็ม

#267374
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6468/2549 นายกังวานชัย งามวิไลดี โจทก์ นางสาวสุพัตรา แก้วสว่างหรือพลโยธา จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 156, มาตรา 234 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ โดยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวโดยไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล อ้างว่าจำเลยเป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะวางประกันต่อศาล คำร้องของจำเลยดังกล่าวมิได้เป็นการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ที่จำเลยจะต้องชำระต่อศาลในการยื่นอุทธรณ์ มิใช่เป็นการขอดำเนินคดีอย่างอนาถาตามมาตรา 155, 156 และเป็นคำขอที่ขัดต่อมาตรา 234 ศาลไม่อาจอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวได้อยู่แล้ว การที่จำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นกระบวนพิจารณาที่จำเลยดำเนินสืบเนื่องมาจากคำร้องของจำเลยดังกล่าวย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยเพราะหากได้รับการขยายระยะเวลาศาลก็ไม่อาจอนุญาตตามคำร้องของจำเลยได้ จึงไม่มีเหตุสมควรขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยกับบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากทรัพย์พิพาท และส่งมอบทรัพย์พิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยกับบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไปถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2544 ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาว่า จำเลยเป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์สินที่จะวางประกันต่อศาล คงมีเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลที่วางไว้ต่อศาลขณะยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยในข้อกฎหมายไม่เป็นสาระอันควรอุทธรณ์ แม้ศาลจะรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง คำขอให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมและเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 19 เมษายน 2545 ขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ออกไปอีก 30 วัน โดยจำเลยอ้างว่าวันดังกล่าวเป็นวันครบกำหนดที่จะยื่นฎีกาแต่จำเลยยังไม่สามารถหาทนายความเขียนฎีกาข้อกฎหมายให้ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นที่สุดแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรขยายเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นกระบวนพิจารณาที่จำเลยดำเนินสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วจำเลยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 และจำเลยได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 ขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล อ้างว่าจำเลยเป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะวางประกันต่อศาล คำร้องของจำเลยดังกล่าวมิได้เป็นการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ที่จำเลยจะต้องชำระต่อศาลในการขอดำเนินคดีอย่างอนาถาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155, 156 และคำขอตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวก็เป็นคำขอที่ขัดต่อมาตรา 234 ที่ยังคับให้ผู้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล ไม่มีบทกฎหมายสนับสนุนให้ศาลอนุญาตให้ยกเว้นไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือไม่ต้องหาประกันให้ไว้ ศาลไม่อาจอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวได้อยู่แล้ว การขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นกระบวนพิจารณาที่จำเลยดำเนินคดีสืบเนื่องมาจากคำร้องของจำเลยดังกล่าวย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยเพราะหากได้รับการขยายระยะเวลาดังกล่าวศาลก็ไม่อาจอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวได้ จึงไม่มีเหตุสมควรขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (นินนาท สาครรัตน์-จรัส พวงมณี-สถิตย์ ทาวุฒิ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267374
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021470"
    }
}
date
2549
deka_no
6468/2549
deka_running_no
6468
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "นินนาท สาครรัตน์",
    "จรัส พวงมณี",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 156",
            "ม. 234"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกังวานชัย งามวิไลดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวสุพัตรา แก้วสว่างหรือพลโยธา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยกับบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากทรัพย์พิพาท และส่งมอบทรัพย์พิพาทให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,500 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยกับบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากทรัพย์พิพาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาล และนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 15 วัน

จำเลยยื่นคำร้องขอขยายเวลาวางเงินหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลาออกไปถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2544

ต่อมาเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาว่า จำเลยเป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์สินที่จะวางประกันต่อศาล คงมีเฉพาะค่าธรรมเนียมศาลที่วางไว้ต่อศาลขณะยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยไม่มีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยในข้อกฎหมายไม่เป็นสาระอันควรอุทธรณ์ แม้ศาลจะรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง คำขอให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดี คำสั่งของศาลชั้นต้นชอบแล้ว ให้ยกอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย หากจำเลยยังติดใจอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมและเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1

จำเลยยื่นคำร้องลงวันที่ 19 เมษายน 2545 ขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ออกไปอีก 30 วัน โดยจำเลยอ้างว่าวันดังกล่าวเป็นวันครบกำหนดที่จะยื่นฎีกาแต่จำเลยยังไม่สามารถหาทนายความเขียนฎีกาข้อกฎหมายให้ได้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นที่สุดแล้ว ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่าสมควรขยายเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยหรือไม่ เห็นว่า การขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ตามฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นกระบวนพิจารณาที่จำเลยดำเนินสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้วจำเลยมิได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลในการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 และจำเลยได้ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2544 ขอดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล อ้างว่าจำเลยเป็นคนอนาถาไม่มีทรัพย์สินใด ๆ จะวางประกันต่อศาล คำร้องของจำเลยดังกล่าวมิได้เป็นการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลในชั้นอุทธรณ์ที่จำเลยจะต้องชำระต่อศาลในการขอดำเนินคดีอย่างอนาถาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 155, 156 และคำขอตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวก็เป็นคำขอที่ขัดต่อมาตรา 234 ที่ยังคับให้ผู้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาล ไม่มีบทกฎหมายสนับสนุนให้ศาลอนุญาตให้ยกเว้นไม่ต้องนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือไม่ต้องหาประกันให้ไว้ ศาลไม่อาจอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวได้อยู่แล้ว การขอขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นกระบวนพิจารณาที่จำเลยดำเนินคดีสืบเนื่องมาจากคำร้องของจำเลยดังกล่าวย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่จำเลยเพราะหากได้รับการขยายระยะเวลาดังกล่าวศาลก็ไม่อาจอนุญาตตามคำร้องของจำเลยดังกล่าวได้ จึงไม่มีเหตุสมควรขยายระยะเวลาฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000725.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549