คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2549 ฉบับเต็ม

#267432
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7872/2549 พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ บริษัทยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โจทก์ร่วม นายประสูติ อัศววิบูลย์พันธุ์ จำเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 29 (1), มาตรา 69 วรรคสอง ป.อ. มาตรา 90, มาตรา 91 เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณ รับเสียงและภาพ ภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วม แล้วแพร่หรือถ่ายทอดสัญญาณนั้นผ่านสายรับสัญญาณไปยังห้องพักที่จำเลยให้บริการ อันเป็นการจัดทำงานแพร่เสียงแพร่ภาพภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยมิได้รับอนุญาต และเมื่อจำเลยจัดทำเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักในอาคารที่พักของตนได้รับชมโดยผู้เช่าต้องเสียค่าเช่าซึ่งรวมถึงบริการสัญญาณเสียงและภาพตามฟ้อง จึงเป็นการกระทำความผิดเพื่อการค้า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อเนื่องโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักของตนได้รับฟังและรับชมรายการโทรทัศน์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ซึ่งตราบใดที่จำเลยยังคงแพร่เสียงแพร่ภาพก็ยังเป็นการกระทำความผิดฐานนี้ การกระทำความผิดทั้งสองวันตามฟ้องจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว หาใช่หลายกรรมต่างกันดังฟ้องไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 29, 69, 79 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้สั่งจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจาณา บริษัทยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า จำเลยเป็นเจ้าของอาคารที่พักชื่อสมัยอพาร์ทเมนท์ เปิดบริการให้ประชาชนทั่วไปเช่าห้องพัก โดยติดตั้งสายรับสัญญาณโทรทัศน์ในห้องพักที่ให้เช่าไว้ และนายถาวร โสมโมรา พนักงานบริษัทสำนักงานกฎหมายวิคเคอรี่ แอนด์ วรชัย จำกัด เช่าห้องพักเลขที่ 1205 ในอาคารที่พักของจำเลยซึ่งโจทก์และโจทก์ร่วมอ้างว่าพบการละเมิดลิขสิทธิ์งานแพร่เสียงแพร่ภาพของโจทก์ร่วม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการจัดทำงานแพร่เสียงแพร่ภาพของโจทก์ร่วม โดยเรียกเก็บเงินในทางการค้าหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณรับเสียงและภาพภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วม แล้วแพร่หรือถ่ายทอดสัญญาณนั้นผ่านสายรับสัญญาณไปยังห้องพักเลขที่ดังกล่าว อันเป็นการจัดทำงานแพร่เสียงแพร่ภาพภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อจำเลยจัดทำเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักในอาคารที่พักของตนได้รับชมโดยผู้เช่าต้องเสียค่าเช่าซึ่งรวมถึงบริการสัญญาณเสียงและภาพตามฟ้อง จึงเป็นการกระทำความผิดดังกล่าวเพื่อการค้าตามฟ้องส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าวหลายกรรมต่างกันในวันที่ 5 มีนาคม 2546 กระทงหนึ่ง และในวันที่ 18 เดือนเดียวกันอีกกระทงหนึ่งนั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยในคดีนี้เห็นได้ว่าเป็นความผิดต่อเนื่องโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักของตนได้รับฟังและรับชมรายการโทรทัศน์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ซึ่งตราบใดที่จำเลยยังคงแพร่เสียงแพร่ภาพก็ยังเป็นการกระทำความผิดฐานนี้ การกระทำความผิดทั้งสองวันดังกล่าวจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว หาใช่หลายกรรมต่างกันดังฟ้องไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 29 (1), 69 วรรคสอง ให้ลงโทษปรับ 100,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังจำเลยแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี และให้จ่ายค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 76. (อร่าม เสนามนตรี-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-สมชัย จุลนิติ์) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267432
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายวราคมน์ เลี้ยงพันธุ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020663"
    }
}
date
2549
deka_no
7872/2549
deka_running_no
7872
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "สมชัย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 29 (1)",
            "ม. 69 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 90",
            "ม. 91"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประสูติ อัศววิบูลย์พันธุ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 4, 6, 8, 15, 27, 29, 69, 79 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้สั่งจ่ายเงินค่าปรับกึ่งหนึ่งแก่ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจาณา บริษัทยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางอนุญาต

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ร่วมอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า จำเลยเป็นเจ้าของอาคารที่พักชื่อสมัยอพาร์ทเมนท์ เปิดบริการให้ประชาชนทั่วไปเช่าห้องพัก โดยติดตั้งสายรับสัญญาณโทรทัศน์ในห้องพักที่ให้เช่าไว้ และนายถาวร โสมโมรา พนักงานบริษัทสำนักงานกฎหมายวิคเคอรี่ แอนด์ วรชัย จำกัด เช่าห้องพักเลขที่ 1205 ในอาคารที่พักของจำเลยซึ่งโจทก์และโจทก์ร่วมอ้างว่าพบการละเมิดลิขสิทธิ์งานแพร่เสียงแพร่ภาพของโจทก์ร่วม มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมว่า จำเลยกระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยการจัดทำงานแพร่เสียงแพร่ภาพของโจทก์ร่วม โดยเรียกเก็บเงินในทางการค้าหรือไม่ เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยติดตั้งอุปกรณ์รับสัญญาณรับเสียงและภาพภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วม แล้วแพร่หรือถ่ายทอดสัญญาณนั้นผ่านสายรับสัญญาณไปยังห้องพักเลขที่ดังกล่าว อันเป็นการจัดทำงานแพร่เสียงแพร่ภาพภาพยนตร์รายการโทรทัศน์ของโจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาต และเมื่อจำเลยจัดทำเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักในอาคารที่พักของตนได้รับชมโดยผู้เช่าต้องเสียค่าเช่าซึ่งรวมถึงบริการสัญญาณเสียงและภาพตามฟ้อง จึงเป็นการกระทำความผิดดังกล่าวเพื่อการค้าตามฟ้องส่วนที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานดังกล่าวหลายกรรมต่างกันในวันที่ 5 มีนาคม 2546 กระทงหนึ่ง และในวันที่ 18 เดือนเดียวกันอีกกระทงหนึ่งนั้น เห็นว่า การกระทำของจำเลยในคดีนี้เห็นได้ว่าเป็นความผิดต่อเนื่องโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อให้ผู้เช่าห้องพักของตนได้รับฟังและรับชมรายการโทรทัศน์ที่เป็นลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ซึ่งตราบใดที่จำเลยยังคงแพร่เสียงแพร่ภาพก็ยังเป็นการกระทำความผิดฐานนี้ การกระทำความผิดทั้งสองวันดังกล่าวจึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว หาใช่หลายกรรมต่างกันดังฟ้องไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 29 (1), 69 วรรคสอง ให้ลงโทษปรับ 100,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังจำเลยแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี และให้จ่ายค่าปรับที่ได้ชำระตามคำพิพากษาแก่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นจำนวนกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 76.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000718.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549