คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2549 ฉบับเต็ม

#267434
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3167/2549 นายวิพัตร ศิริสำราญ โจทก์ บริษัท พี. เจ. สากลบรรจุภัณฑ์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 204, มาตรา 207 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เป็นฝ่ายนำสืบพยานก่อน เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จ ศาลแรงงานกลางได้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยนัดหน้า เมื่อถึงกำหนดนัด ทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและไม่มีพยานจำเลยมาศาล ศาลแรงงานกลางจึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและมีคำพิพากษาไปในวันดังกล่าว กรณีนี้จึงไม่ใช่กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดหรือขาดนัดพิจารณาแพ้คดี แต่เป็นกรณีที่ศาลได้พิพากษาชี้ขาดไปตามรูปเรื่องที่ปรากฏในคำฟ้องคำให้การและพยานโจทก์ ดังนี้ จำเลยจึงไม่อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ จำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าล่วงเวลาจำนวน 1,500 บาท เงินประกันการทำงานจำนวน 2,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินค่าเปอร์เซ็นต์การขายจำนวน 4,875 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลแรงงานกลางได้สืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น แล้วเลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 28 กันยายน 2547 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยไม่มาศาล ศาลแรงงานกลางจึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานแล้วมีคำพิพากษาในวันดังกล่าวให้จำเลยชำระเงินค่าล่วงเวลาจำนวน 1,500 บาทและเงินประกันจำนวน 2,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 20 พฤษภาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชำระเงินค่าเปอร์เซ็นต์จากการขายน้ำจำนวน 4,875 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ และนัดสืบพยานจำเลยต่อไป ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้เนื่องจากศาลถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เป็นฝ่ายนำสืบพยานก่อน เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จศาลแรงงานกลางได้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยนัดหน้า เมื่อถึงกำหนดนัด ทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและไม่มีพยานจำเลยมาศาล ศาลแรงงานกลางจึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและมีคำพิพากษาไปในวันดังกล่าว เห็นว่า การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีและจ่ายเงินตามคำขอของโจทก์โดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบนั้น ไม่ใช่กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดหรือขาดนัดพิจารณาแพ้คดี แต่เป็นกรณีที่ศาลได้พิพากษาชี้ขาดไปตามรูปเรื่องที่ปรากฏในคำฟ้องคำให้การและพยานโจทก์ ดังนี้ จำเลยจึงไม่อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ กรณีดังกล่าวจำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (สถิตย์ อรรถบลยุคล-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์) ศาลแรงงานกลาง - นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267434
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมบูรณ์ จิตรพัฒนากุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024293"
    }
}
date
2549
deka_no
3167/2549
deka_running_no
3167
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 204",
            "ม. 207"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิพัตร ศิริสำราญ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท พี. เจ. สากลบรรจุภัณฑ์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินค่าล่วงเวลาจำนวน 1,500 บาท เงินประกันการทำงานจำนวน 2,500 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชำระเงินค่าเปอร์เซ็นต์การขายจำนวน 4,875 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลแรงงานกลางได้สืบพยานโจทก์เสร็จสิ้น แล้วเลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 28 กันยายน 2547 เวลา 9 นาฬิกา เมื่อถึงวันนัดสืบพยานจำเลย จำเลยไม่มาศาล ศาลแรงงานกลางจึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานแล้วมีคำพิพากษาในวันดังกล่าวให้จำเลยชำระเงินค่าล่วงเวลาจำนวน 1,500 บาทและเงินประกันจำนวน 2,500 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 20 พฤษภาคม 2547) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชำระเงินค่าเปอร์เซ็นต์จากการขายน้ำจำนวน 4,875 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งไต่สวนคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ และนัดสืบพยานจำเลยต่อไป

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า จำเลยขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้เนื่องจากศาลถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์เป็นฝ่ายนำสืบพยานก่อน เมื่อสืบพยานโจทก์เสร็จศาลแรงงานกลางได้เลื่อนไปสืบพยานจำเลยนัดหน้า เมื่อถึงกำหนดนัด ทนายโจทก์มาศาล ส่วนจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องและไม่มีพยานจำเลยมาศาล ศาลแรงงานกลางจึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและมีคำพิพากษาไปในวันดังกล่าว เห็นว่า การที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยแพ้คดีและจ่ายเงินตามคำขอของโจทก์โดยถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบนั้น ไม่ใช่กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดหรือขาดนัดพิจารณาแพ้คดี แต่เป็นกรณีที่ศาลได้พิพากษาชี้ขาดไปตามรูปเรื่องที่ปรากฏในคำฟ้องคำให้การและพยานโจทก์ ดังนี้ จำเลยจึงไม่อาจขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ กรณีดังกล่าวจำเลยชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ของจำเลยชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000751.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549