คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4685/2549 ฉบับเต็ม

#267441
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4685/2549 บริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์ (ไทย) จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดดาวพีระ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ป.วิ.พ. มาตรา 180 คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในส่วนที่ว่าสัญญาการให้สิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะนั้น เกี่ยวข้องกับปัญหาว่าโจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองให้ต้องรับผิดตามสัญญาดังกล่าวได้หรือไม่จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากวันชี้สองสถาน ก็ย่อมกระทำได้ตาม พ.ร.บ. จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 180 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกจากสถานีบริการน้ำมันของโจทก์ ให้ยุติการใช้บริการน้ำมัน เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมกับส่งมอบสถานีบริการน้ำมัน เครื่องมือ และอุปกรณ์ดังกล่าวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,442,543.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 948,702.66 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 30,000 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกจากสถานีน้ำมันพิพาท และส่งมอบสถานีบริการน้ำมันพิพาทคืนโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาภายหลังการชี้สองสถานแล้ว จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2548 ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้ง ว่าสัญญาการให้ใช้สิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะ เมื่อสัญญาไม่มีผลผูกพันต่อกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากจำเลยทั้งสอง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ และเดิมโจทก์เคยทำสัญญาในลักษณะเดียวกันนี้กับจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองได้ชำระเงินจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ ในการที่โจทก์สร้างสถานีบริการน้ำมันให้แก่จำเลยทั้งสอง ซึ่งได้สัญญาว่าจะให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดำเนินการสถานีบริการน้ำมันแต่ผู้เดียวตลอดไป เมื่อโจทก์ปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ให้แก่จำเลยทั้งสอง ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้บังคับโจทก์คืนเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า สำหรับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในส่วนที่ว่า สัญญาการให้สิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะนั้น เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามความผูกพันทางสัญญา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยกล่าวอ้างว่า สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะเช่นนี้ ปัญหาว่าโจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามสัญญาได้หรือไม่จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากวันชี้สองสถาน ก็ย่อมกระทำได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ฟังขึ้น แม้จำเลยทั้งสองจะให้การต่อสู้เรื่องความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และมีสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเพื่อปฏิเสธความรับผิดตามข้อต่อสู้นี้ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของข้อ 2 ว่า " และโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด " โจทก์และจำเลยทั้งสองจึงมีสิทธินำสืบถึงเรื่องความรับผิดในกรณีที่สัญญาจะมีผลผูกพันต่อกันหรือไม่อยู่แล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในส่วนนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมของจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2548 เฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาการดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (พิชิต คำแฝง-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางปาริชาติ ภู่สำรวจ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267441
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางปาริชาติ ภู่สำรวจ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022984"
    }
}
date
2549
deka_no
4685/2549
deka_running_no
4685
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 180"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทน้ำมันคาลเท็กซ์ (ไทย) จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดดาวพีระ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองและบริวารออกจากสถานีบริการน้ำมันของโจทก์ ให้ยุติการใช้บริการน้ำมัน เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่าง ๆ พร้อมกับส่งมอบสถานีบริการน้ำมัน เครื่องมือ และอุปกรณ์ดังกล่าวคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,442,543.82 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 948,702.66 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 30,000 บาท นับถัดจากเดือนที่ฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกจากสถานีน้ำมันพิพาท และส่งมอบสถานีบริการน้ำมันพิพาทคืนโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาภายหลังการชี้สองสถานแล้ว จำเลยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2548 ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้ง ว่าสัญญาการให้ใช้สิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะ เมื่อสัญญาไม่มีผลผูกพันต่อกัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากจำเลยทั้งสอง ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ และเดิมโจทก์เคยทำสัญญาในลักษณะเดียวกันนี้กับจำเลยทั้งสอง โดยจำเลยทั้งสองได้ชำระเงินจำนวน 3,000,000 บาท ให้แก่โจทก์ ในการที่โจทก์สร้างสถานีบริการน้ำมันให้แก่จำเลยทั้งสอง ซึ่งได้สัญญาว่าจะให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ดำเนินการสถานีบริการน้ำมันแต่ผู้เดียวตลอดไป เมื่อโจทก์ปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ให้แก่จำเลยทั้งสอง ถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา ขอให้บังคับโจทก์คืนเงินจำนวน 3,000,000 บาท แก่จำเลยทั้งสอง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเยทั้งสองอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า สำหรับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในส่วนที่ว่า สัญญาการให้สิทธิดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะนั้น เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามความผูกพันทางสัญญา จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การโดยกล่าวอ้างว่า สัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อไม่มีการจดทะเบียนตามกฎหมายย่อมตกเป็นโมฆะเช่นนี้ ปัญหาว่าโจทก์จะฟ้องบังคับจำเลยทั้งสองให้รับผิดตามสัญญาได้หรือไม่จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยทั้งสองจะยื่นคำร้องขอแก้ไขคำให้การหลังจากวันชี้สองสถาน ก็ย่อมกระทำได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ฟังขึ้น

แม้จำเลยทั้งสองจะให้การต่อสู้เรื่องความไม่สมบูรณ์ของสัญญา และมีสิทธิที่จะแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การเพื่อปฏิเสธความรับผิดตามข้อต่อสู้นี้ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 180 แต่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของข้อ 2 ว่า " และโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และค่าเสียหายหรือไม่ เพียงใด " โจทก์และจำเลยทั้งสองจึงมีสิทธินำสืบถึงเรื่องความรับผิดในกรณีที่สัญญาจะมีผลผูกพันต่อกันหรือไม่อยู่แล้ว ไม่มีเหตุสมควรที่จะต้องแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การในส่วนนี้ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางยกคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้จึงชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองในส่วนนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมของจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 30 สิงหาคม 2548 เฉพาะในประเด็นเกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสัญญาการดำเนินกิจการสถานีบริการน้ำมันให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000739.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549