คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5994/2549 ฉบับเต็ม

#267451
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5994/2549 ห้างหุ้นส่วนจำกัด พัฒนกิจ เซลส์แอนด์เซอร์วิส โจทก์ นายทองแดงหรือคมทวรรณ หลักด่าน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/30 การที่โจทก์ซึ่งเป็นนายจ้างฟ้องให้จำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างให้ชำระหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเบิกสินค้าของโจทก์ไปแล้วไม่ส่งคืนแล้วทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ต่อโจทก์ เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาจ้างแรงงาน มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้ เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบว่าจำเลยได้กระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานไว้ด้วยเท่านั้น หนี้ดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 210,161 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 191,057 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะนายเฉลิม ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ หนังสือมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง เอกสารที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นโมฆะ และคดีขาดอายุความแล้ว ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าให้จำเลยชำระเงินจำนวน 98,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2544 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงประการเดียวว่าหนี้ที่จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งคืนสินค้าที่เบิกไปแก่โจทก์ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์นั้นมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี หรือ 2 ปี เห็นว่า หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเบิกสินค้าของโจทก์ไปแล้วไม่ส่งคืนคิดเป็นเงิน 98,500 บาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาจ้างแรงงาน มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบว่าจำเลยได้กระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานไว้ด้วยเท่านั้น หนี้ดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายสมเกียรติ คมสัตย์ธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267451
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมเกียรติ คมสัตย์ธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021794"
    }
}
date
2549
deka_no
5994/2549
deka_running_no
5994
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด พัฒนกิจ เซลส์แอนด์เซอร์วิส"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทองแดงหรือคมทวรรณ หลักด่าน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 210,161 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 191,057 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะนายเฉลิม ไม่ใช่หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ หนังสือมอบอำนาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่เคยเป็นหนี้โจทก์ตามฟ้อง เอกสารที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นเอกสารปลอมโจทก์คิดดอกเบี้ยเกินอัตราเป็นโมฆะ และคดีขาดอายุความแล้ว

ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่าให้จำเลยชำระเงินจำนวน 98,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2544 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยเพียงประการเดียวว่าหนี้ที่จำเลยผิดสัญญาไม่ส่งคืนสินค้าที่เบิกไปแก่โจทก์ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระแก่โจทก์นั้นมีอายุความฟ้องคดี 10 ปี หรือ 2 ปี เห็นว่า หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่เกิดจากการที่จำเลยกระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานโดยเบิกสินค้าของโจทก์ไปแล้วไม่ส่งคืนคิดเป็นเงิน 98,500 บาท จึงเป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามสัญญาจ้างแรงงาน มิได้ฟ้องให้จำเลยรับผิดตามหนังสือรับสภาพหนี้เพียงแต่อ้างว่าจำเลยได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานประกอบว่าจำเลยได้กระทำผิดสัญญาจ้างแรงงานไว้ด้วยเท่านั้น หนี้ดังกล่าวมิได้มีกฎหมายบัญญัติอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000728.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549