คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9977 -ที่ 10229/2547 ฉบับเต็ม

#267487
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9977 - 10229/2547 นางวรยา ประสพศร กับพวก โจทก์ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 386 พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543 มาตรา ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 มาตรา ข้อ 45, มาตรา 47 โจทก์พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยตามโครงการร่วมใจจากองค์กรอันมีลักษณะเป็นข้อตกลงระงับสัญญาจ้างร่วมกัน โดยจำเลยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่พนักงานซึ่งตกลงเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และข้อตกลงดังกล่าวมิได้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายและมิได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด จึงมีผลบังคับได้ เมื่อโจทก์พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยเนื่องจากข้อตกลงตามโครงการร่วมใจจากองค์กร โดยผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวยื่นใบสมัครลาออกอันมีลักษณะเป็นการตกลงระงับสัญญาจ้างระหว่างจำเลยกับโจทก์ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ จึงมิใช่เป็นการพ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยสืบเนื่องมาจากจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้าง หรือการเกษียณอายุ โจทก์ดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือเงินค่าตอบแทนความชอบในการทำงานตามที่กำหนดในเรื่องมาตรฐานของสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าชดเชยข้อที่ 45 และ 47 อีก ___________________________ คดีทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4571/2546 ของศาลแรงงานกลาง โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 254 แต่คดีดังกล่าวซึ่งเป็นโจทก์ที่ 4 ยุติไปแล้วในศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาที่ศาลฎีกาเฉพาะคดีทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนนี้ โจทก์ทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยจำนวน 6 เท่าของอัตราเงินเดือนค่าจ้างสุดท้ายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แต่ละคน จำเลยทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ในระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 175 และที่ 226 ถึงแก่กรรม นายนาค และนายวันชัย ทายาทโจทก์ที่ 175 และโจทก์ที่ 226 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนตามลำดับ ศาลแรงงานกลางอนุญาต ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 254 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยและเงินตอบแทนความชอบในการทำงานตามฟ้องให้แก่โจทก์ดังกล่าวหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 หมวด 6 ในเรื่องมาตรฐานของสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าชดเชยนั้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานซึ่งเลิกจ้างไว้ตามข้อ 45 และหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินตอบแทนความชอบในการทำงานให้แก่พนักงานซึ่งเกษียณอายุไว้ตามข้อ 47 ทั้งนี้ สาระสำคัญประการหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่รัฐวิสาหกิจได้เลิกจ้างพนักงานโดยไม่อยู่ในข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสืบเนื่องมาจากการเกษียณอายุงานของพนักงาน แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 254 พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยตามโครงการร่วมใจจากองค์กรอันมีลักษณะเป็นข้อตกลงระงับสัญญาจ้างร่วมกัน โดยจำเลยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่พนักงานซึ่งตกลงเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และข้อตกลงดังกล่าวมิได้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายและมิได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด จึงมีผลบังคับได้ เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 254 พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยเนื่องจากข้อตกลงตามโครงการร่วมใจจากองค์กรโดยให้ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวยื่นใบสมัครลาออกอันมีลักษณะเป็นการตกลงระงับสัญญาจ้างระหว่างจำเลยกับโจทก์ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ จึงมิใช่เป็นการพ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยสืบเนื่องมาจากจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้าง หรือการเกษียณอายุ โจทก์ดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือเงินค่าตอบแทนความชอบในการทำงานตามที่กำหนดไว้ในเรื่องมาตรฐานของสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าชดเชยข้อที่ 45 และ 47 อีก อุทธรณ์ของโจทก์ทุกคนฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (ปัญญา สุทธิบดี-ชวลิต ยอดเณร-พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์) ศาลแรงงานกลาง - นายสมคิด แสงธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267487
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายสมคิด แสงธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082036187"
    }
}
date
2547
deka_no
10229/2547
deka_running_no
10229
deka_year
2547
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา สุทธิบดี",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 386"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ พ.ศ.2543",
        "sections": []
    },
    {
        "law_name": "ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "ระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534",
        "sections": []
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางวรยา ประสพศร กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนนี้เดิมศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันกับคดีหมายเลขแดงที่ 4571/2546 ของศาลแรงงานกลาง โดยให้เรียกโจทก์เรียงตามลำดับสำนวนว่าโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 254 แต่คดีดังกล่าวซึ่งเป็นโจทก์ที่ 4 ยุติไปแล้วในศาลแรงงานกลาง คงขึ้นมาที่ศาลฎีกาเฉพาะคดีทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนนี้

โจทก์ทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนฟ้องเป็นใจความว่า ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินค่าชดเชยจำนวน 6 เท่าของอัตราเงินเดือนค่าจ้างสุดท้ายพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์แต่ละคน

จำเลยทั้งสองร้อยห้าสิบสามสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง

ในระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 175 และที่ 226 ถึงแก่กรรม นายนาค และนายวันชัย ทายาทโจทก์ที่ 175 และโจทก์ที่ 226 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนตามลำดับ ศาลแรงงานกลางอนุญาต

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 254 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยจะต้องจ่ายค่าชดเชยและเงินตอบแทนความชอบในการทำงานตามฟ้องให้แก่โจทก์ดังกล่าวหรือไม่นั้น เห็นว่า ตามระเบียบคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เรื่อง มาตรฐานของสิทธิประโยชน์ของพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2534 หมวด 6 ในเรื่องมาตรฐานของสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าชดเชยนั้นได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้รัฐวิสาหกิจจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานซึ่งเลิกจ้างไว้ตามข้อ 45 และหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินตอบแทนความชอบในการทำงานให้แก่พนักงานซึ่งเกษียณอายุไว้ตามข้อ 47 ทั้งนี้ สาระสำคัญประการหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการที่รัฐวิสาหกิจได้เลิกจ้างพนักงานโดยไม่อยู่ในข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสืบเนื่องมาจากการเกษียณอายุงานของพนักงาน แต่คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 254 พ้นสภาพจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยตามโครงการร่วมใจจากองค์กรอันมีลักษณะเป็นข้อตกลงระงับสัญญาจ้างร่วมกัน โดยจำเลยตกลงให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่พนักงานซึ่งตกลงเข้าร่วมโครงการดังกล่าว และข้อตกลงดังกล่าวมิได้ขัดหรือแย้งต่อบทบัญญัติของกฎหมายและมิได้ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด จึงมีผลบังคับได้ เมื่อโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 3 และที่ 5 ถึงที่ 254 พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยเนื่องจากข้อตกลงตามโครงการร่วมใจจากองค์กรโดยให้ผู้เข้าร่วมโครงการดังกล่าวยื่นใบสมัครลาออกอันมีลักษณะเป็นการตกลงระงับสัญญาจ้างระหว่างจำเลยกับโจทก์ดังกล่าวด้วยความสมัครใจ จึงมิใช่เป็นการพ้นจากการเป็นลูกจ้างของจำเลยสืบเนื่องมาจากจำเลยมีคำสั่งเลิกจ้าง หรือการเกษียณอายุ โจทก์ดังกล่าวจึงไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหรือเงินค่าตอบแทนความชอบในการทำงานตามที่กำหนดไว้ในเรื่องมาตรฐานของสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับค่าชดเชยข้อที่ 45 และ 47 อีก อุทธรณ์ของโจทก์ทุกคนฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000861.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9977 -
year
2547