คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2549 ฉบับเต็ม

#267508
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3116/2549 บริษัทแอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) โจทก์ สายการเดินเรือ ซีเอ็มเอ ไลน์ หรือบริษัท ซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม โซซิเอเต้ อองโนนีม จำกัด หรือ บริษัทซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม เอส.เอ. จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 824 พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534 มาตรา 39 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าสินค้าแผ่นเหล็กจำนวน 1 แผ่นรอง น้ำหนัก 1,426 กิโลกรัม สูญหายไปโดยตู้สินค้าและดวงตราผนึกตู้อยู่ในสภาพปกติเรียบร้อย ทั้งในระหว่างการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุก รถบรรทุกจะนำตู้สินค้าหลบไปที่ใดก็ได้ การลักขโมยสินค้าน่าจะกระทำได้โดยสะดวกกว่าขณะตู้สินค้าอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรือ อเล็กซานเดรีย ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าสินค้าสูญหายในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่ง ก่อนที่จำเลยที่ 1 ส่งมอบสินค้าไว้แก่เจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรืออเล็กซานเดรีย จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดเพื่อความสูญหายดังกล่าว แม้ข้อเท็จจริงจะได้ความว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนจำเลยที่ 1 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 824 บัญญัติให้ตัวแทนต้องรับผิดแต่ลำพังตนเอง เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน ดังนี้ เมื่อตามใบตราส่งพิพาทข้อ 27 ได้กำหนดเงื่อนไขยกเว้นความรับผิดของตัวแทนไว้ เท่ากับผู้ขนส่งและผู้ส่งของตกลงยกเว้นความรับผิดไว้ ย่อมเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 824 ดังกล่าว จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อผู้รับตราส่งหรือโจทก์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 96,013.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 95,037.18 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 96,013.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 95,037.18 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 ธันวาคม 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 4,000 บาท จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยในประการแรกตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า สินค้าแผ่นเหล็ก จำนวน 1 แผ่นรอง น้ำหนัก 1,426 กิโลกรัม สูญหายในระหว่างที่สินค้าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 หรือไม่ ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่าสินค้าสูญหายไปโดยตู้สินค้าและดวงตราผนึกตู้อยู่ในสภาพปกติเรียบร้อย ทั้งในระหว่างการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุก รถบรรทุกจะนำตู้สินค้าหลบไปที่ใดก็ได้ การลักขโมยสินค้าน่าจะกระทำได้ง่ายและสะดวกกว่าขณะตู้สินค้าอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรืออเล็กซานเดรีย ดังนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าสินค้าแผ่นเหล็กจำนวน 1 แผ่นรอง น้ำหนัก 1,426 กิโลกรัม สูญหายไปในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ก่อนจำเลยที่ 1 มอบไว้แก่เจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรืออเล็กซานเดรีย จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดเพื่อความสูญหายดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงตามที่จำเลยทั้งสองยอมรับในอุทธรณ์ได้ความว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนได้ทำสัญญาแทนจำเลยที่ 1 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 บัญญัติให้จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนต้องรับผิดตามสัญญานั้นตามลำพัง เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน ดังนี้ เมื่อตามใบตราส่งสินค้าพิพาทข้อ 27 ได้กำหนดเงื่อนไข ยกเว้นความรับผิดของตัวแทนไว้ว่า ผู้ประกอบการพาณิชย์รับรองว่าไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อลูกจ้าง ตัวแทนหรือผู้รับสัญญาช่วงของผู้ขนส่ง จึงเท่ากับว่าผู้ขนส่งและผู้ส่งสินค้าตกลงยกเว้นความรับผิดกันไว้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลผูกพันคู่กรณี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงไม่ต้องรับผิดในการสูญหายของสินค้าต่อผู้รับตราส่งหรือโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ. (พินิจ บุญชัด-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-พิชิต คำแฝง) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศกลาง - นางปราณี บุญโญภาส แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267508
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางปราณี บุญโญภาส"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024396"
    }
}
date
2549
deka_no
3116/2549
deka_running_no
3116
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พินิจ บุญชัด",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "พิชิต คำแฝง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 824"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การรับขนของทางทะเล พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทแอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "สายการเดินเรือ ซีเอ็มเอ ไลน์ หรือบริษัท ซีเอ็มเอ"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "ซีจีเอ็ม โซซิเอเต้ อองโนนีม จำกัด หรือ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทซีเอ็มเอ ซีจีเอ็ม เอส.เอ. จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 96,013.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 95,037.18 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 96,013.58 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินจำนวน 95,037.18 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 13 ธันวาคม 2545) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความเป็นเงิน 4,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาซึ่งนั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยในประการแรกตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่า สินค้าแผ่นเหล็ก จำนวน 1 แผ่นรอง น้ำหนัก 1,426 กิโลกรัม สูญหายในระหว่างที่สินค้าดังกล่าวอยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 หรือไม่ ตามทางนำสืบของโจทก์ได้ความว่าสินค้าสูญหายไปโดยตู้สินค้าและดวงตราผนึกตู้อยู่ในสภาพปกติเรียบร้อย ทั้งในระหว่างการขนส่งสินค้าโดยรถบรรทุก รถบรรทุกจะนำตู้สินค้าหลบไปที่ใดก็ได้ การลักขโมยสินค้าน่าจะกระทำได้ง่ายและสะดวกกว่าขณะตู้สินค้าอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรืออเล็กซานเดรีย ดังนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าสินค้าแผ่นเหล็กจำนวน 1 แผ่นรอง น้ำหนัก 1,426 กิโลกรัม สูญหายไปในระหว่างที่อยู่ในความดูแลของจำเลยที่ 1 ก่อนจำเลยที่ 1 มอบไว้แก่เจ้าหน้าที่ ณ ท่าเรืออเล็กซานเดรีย จำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดเพื่อความสูญหายดังกล่าว อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองมีว่า จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงตามที่จำเลยทั้งสองยอมรับในอุทธรณ์ได้ความว่า จำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนได้ทำสัญญาแทนจำเลยที่ 1 ตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 บัญญัติให้จำเลยที่ 2 ในฐานะตัวแทนต้องรับผิดตามสัญญานั้นตามลำพัง เว้นแต่ข้อความแห่งสัญญาจะแย้งกันกับความรับผิดของตัวแทน ดังนี้ เมื่อตามใบตราส่งสินค้าพิพาทข้อ 27 ได้กำหนดเงื่อนไข ยกเว้นความรับผิดของตัวแทนไว้ว่า ผู้ประกอบการพาณิชย์รับรองว่าไม่เรียกร้องค่าเสียหายหรือข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อลูกจ้าง ตัวแทนหรือผู้รับสัญญาช่วงของผู้ขนส่ง จึงเท่ากับว่าผู้ขนส่งและผู้ส่งสินค้าตกลงยกเว้นความรับผิดกันไว้ ข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลผูกพันคู่กรณี จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 ผู้ขนส่งจึงไม่ต้องรับผิดในการสูญหายของสินค้าต่อผู้รับตราส่งหรือโจทก์ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000752.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549