คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3067/2550 ฉบับเต็ม

#267533
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3067/2550 นายวิชัย ไพศาลเจริญทรัพย์ โจทก์ บริษัทคอนโดทาวน์ จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 323 คำแถลงขอวางเงินของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 คงปรากฏเพียงลายมือชื่อของหัวหน้าฝ่ายการเงิน บัญชี และพัสดุใต้ข้อความว่า "รับลงบัญชีแล้ว" กับมีใบเสร็จรับเงินแนบติดอยู่ โดยไม่ปรากฎว่ามีการเสนอคำแถลงของจำเลยต่อศาลเพื่อมีคำสั่งว่าจะให้รับเงินนั้นไว้เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไปตามที่จำเลยขอมาในคำแถลงหรือไม่ เมื่อโจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็ออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอของโจทก์ แสดงว่าขณะนั้นศาลชั้นต้นยังไม่ถือเอาว่าเงินที่จำเลยนำมาวางศาลนั้นศาลได้รับไว้เพื่อให้โจทก์มาขอรับไป มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะออกหมายบังคับคดีเพื่อให้โจทก์ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยอีก ดังนั้น เมื่อโจทก์มาขอรับเงินในวันที่ 21 เมษายน 2547 ศาลชั้นต้นจะกลับมาถือเอาในชั้นหลังนี้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลซึ่งผู้มีสิทธิได้เรียกเอาภายใน 5 ปี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 323 ย่อมเป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าเงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ยังไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 546,840 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2539 จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2540 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ภายหลังคดีถึงที่สุด จำเลยนำเงิน 624,595.73 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามคำแถลงขอวางเงินฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2541 โจทก์ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ ครั้นวันที่ 21 เมษายน 2547 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินที่จำเลยนำมาวางศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยนำเงินมาวางชำระหนี้พ้นกำหนด 5 ปี แล้ว เงินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ไม่อาจจ่ายแก่โจทก์ได้ โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำแถลงขอวางเงินของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 คงปรากฏเพียงลายมือชื่อของหัวหน้าฝ่ายการเงิน บัญชี และพัสดุใต้ข้อความว่า "รับลงบัญชีแล้ว" กับมีใบเสร็จรับเงินแนบติดอยู่ โดยไม่ปรากฏว่ามีการเสนอคำแถลงของจำเลยต่อศาลเพื่อมีคำสั่งว่าจะให้รับเงินนั้นไว้เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไปตามที่จำเลยขอมาในคำแถลงหรือไม่ ต่อมาเมื่อโจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นก็ออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอของโจทก์ แสดงว่าขณะนั้นศาลชั้นต้นยังไม่ถือเอาว่าเงินที่จำเลยนำมาวางศาลนั้นศาลได้รับไว้เพื่อให้โจทก์มาขอรับไป มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะออกหมายบังคับคดีเพื่อให้โจทก์ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยอีก ดังนั้น เมื่อโจทก์มาขอรับเงินในวันที่ 21 เมษายน 2547 ศาลชั้นต้นจะกลับมาถือเอาในชั้นหลังนี้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลซึ่งผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายใน 5 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 ย่อมเป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าเงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ยังไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษารับเงินดังกล่าว ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ในส่วนนี้ฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อที่ว่าการนำเงินมาวางศาลเป็นวิธีการชำระหนี้ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 324 หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษากลับ ให้ดำเนินการจ่ายเงินจำนวน 624,595.73 บาท ที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตามคำแถลงขอวางเงินของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 ให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสองศาลให้เป็นพับ. (ชัชลิต ละเอียด-บุญรอด ตันประเสริฐ-เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์) ศาลแพ่ง - นายทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267533
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายทวีศักดิ์ อุนนาทรรัตนกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017309"
    }
}
date
2550
deka_no
3067/2550
deka_running_no
3067
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชัชลิต ละเอียด",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 323"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิชัย ไพศาลเจริญทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทคอนโดทาวน์ จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 546,840 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2539 จนถึงวันที่ 5 มีนาคม 2540 และดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 มีนาคม 2540 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ภายหลังคดีถึงที่สุด จำเลยนำเงิน 624,595.73 บาท มาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาตามคำแถลงขอวางเงินฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 ต่อมาวันที่ 28 มกราคม 2541 โจทก์ยื่นคำขอออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ ครั้นวันที่ 21 เมษายน 2547 โจทก์ยื่นคำแถลงขอรับเงินที่จำเลยนำมาวางศาล ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยนำเงินมาวางชำระหนี้พ้นกำหนด 5 ปี แล้ว เงินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ไม่อาจจ่ายแก่โจทก์ได้

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่ง

ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำแถลงขอวางเงินของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 คงปรากฏเพียงลายมือชื่อของหัวหน้าฝ่ายการเงิน บัญชี และพัสดุใต้ข้อความว่า "รับลงบัญชีแล้ว" กับมีใบเสร็จรับเงินแนบติดอยู่ โดยไม่ปรากฏว่ามีการเสนอคำแถลงของจำเลยต่อศาลเพื่อมีคำสั่งว่าจะให้รับเงินนั้นไว้เพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ต่อไปตามที่จำเลยขอมาในคำแถลงหรือไม่ ต่อมาเมื่อโจทก์ขอให้ออกหมายบังคับคดีโดยอ้างว่าจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นก็ออกหมายบังคับคดีให้ตามคำขอของโจทก์ แสดงว่าขณะนั้นศาลชั้นต้นยังไม่ถือเอาว่าเงินที่จำเลยนำมาวางศาลนั้นศาลได้รับไว้เพื่อให้โจทก์มาขอรับไป มิฉะนั้นแล้วก็ไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะออกหมายบังคับคดีเพื่อให้โจทก์ดำเนินการบังคับคดีแก่จำเลยอีก ดังนั้น เมื่อโจทก์มาขอรับเงินในวันที่ 21 เมษายน 2547 ศาลชั้นต้นจะกลับมาถือเอาในชั้นหลังนี้ว่าเงินดังกล่าวเป็นเงินที่ค้างจ่ายอยู่ในศาลซึ่งผู้มีสิทธิมิได้เรียกเอาภายใน 5 ปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 323 ย่อมเป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าเงินที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ยังไม่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษารับเงินดังกล่าว ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ในส่วนนี้ฟังขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ในข้อที่ว่าการนำเงินมาวางศาลเป็นวิธีการชำระหนี้ที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 324 หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษากลับ ให้ดำเนินการจ่ายเงินจำนวน 624,595.73 บาท ที่จำเลยนำมาวางศาลเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตามคำแถลงขอวางเงินของจำเลยฉบับลงวันที่ 22 ธันวาคม 2540 ให้แก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ทั้งสองศาลให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000688.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550