คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8066/2549 ฉบับเต็ม

#267573
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8066/2549 พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายค่าย สุวรรณวงศ์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7 ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) บัญญัติให้บรรยายรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ เท่านั้น มิได้บัญญัติให้ระบุว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนด้วย ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าเกิดการกระทำความผิดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่ชัดแจ้งและทำให้จำเลยเข้าใจได้ดียิ่งกว่าบรรยายว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนเสียอีก จึงเป็นการบรรยายฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาแห้งอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายซึ่ง พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7 (5) ได้บัญญัติไว้แล้วว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จึงไม่จำเป็นต้องอ้างประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) เรื่องการระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 อีก ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยมีกัญชาแห้งอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จำนวน 20 แท่ง น้ำหนัก 17.500 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลรัตนวาปี กิ่งอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดได้กัญชาดังกล่าวและโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการติดต่อซื้อขายกัญชาดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 76, 76/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 (ที่ถูกมาตรา 26 วรรคสอง), 76/1 วรรคสอง จำคุก 8 ปี และปรับ 200,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี และปรับ 100,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาข้อนี้มาเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่บรรยายเกี่ยวกับวันเกิดเหตุให้ชัดแจ้งว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนทำให้จำเลยหลงต่อสู้ จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) บัญญัติให้บรรยายรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ เท่านั้น มิได้บัญญัติให้ระบุว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนด้วยแต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าเกิดการกระทำความผิดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นเวลาที่ชัดแจ้งและทำให้จำเลยเข้าใจได้ดียิ่งกว่าบรรยายว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนเสียอีกจึงเป็นการบรรยายฟ้องตรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่า โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและจำเลยทราบประกาศนี้แล้ว โดยไม่ได้บรรยายว่าจำเลยได้ทราบประกาศเมื่อใดอย่างไร ทำให้จำเลยไม่เข้าใจและหลงต่อสู้เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ดังกล่าวที่เกี่ยวกับคดีนี้ก็คือ ประกาศชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ให้กัญชาหมายความรวมถึงทุกส่วนของพืชกัญชาและวัตถุหรือสารต่างๆ ที่อยู่ในพืชกัญชา คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาแห้งอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเทศ 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายซึ่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7 (5) ได้บัญญัติไว้แล้วว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่จำต้องอ้างประกาศกระทรวงดังกล่าว ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษปรับสุทธิเหลือ 100,000 บาท โดยไม่ได้ระบุว่าให้ขังเกิน 1 ปี ด้วยหรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโดยมิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษายืน แต่สำหรับโทษปรับ หากมีการกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี. (เกรียงชัย จึงจตุรพิธ-ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช-มานัส เหลืองประเสริฐ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267573
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020445"
    }
}
date
2549
deka_no
8066/2549
deka_running_no
8066
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เกรียงชัย จึงจตุรพิธ",
    "ปัญญารัตน์ วิระยะวานิช",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายค่าย สุวรรณวงศ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา จำเลยมีกัญชาแห้งอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จำนวน 20 แท่ง น้ำหนัก 17.500 กิโลกรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลรัตนวาปี กิ่งอำเภอรัตนวาปี จังหวัดหนองคาย เจ้าพนักงานจับจำเลยพร้อมยึดได้กัญชาดังกล่าวและโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยใช้ในการติดต่อซื้อขายกัญชาดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 26, 76, 76/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33 และริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26 (ที่ถูกมาตรา 26 วรรคสอง), 76/1 วรรคสอง จำคุก 8 ปี และปรับ 200,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี และปรับ 100,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับแต่โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุก เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 4 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาข้อนี้มาเป็นการมิชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่บรรยายเกี่ยวกับวันเกิดเหตุให้ชัดแจ้งว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนทำให้จำเลยหลงต่อสู้ จึงเป็นฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) บัญญัติให้บรรยายรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาซึ่งเกิดการกระทำนั้นๆ เท่านั้น มิได้บัญญัติให้ระบุว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนด้วยแต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่าเกิดการกระทำความผิดในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2548 เวลาประมาณ 6 นาฬิกา ซึ่งเห็นได้ว่าเป็นเวลาที่ชัดแจ้งและทำให้จำเลยเข้าใจได้ดียิ่งกว่าบรรยายว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืนเสียอีกจึงเป็นการบรรยายฟ้องตรงตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่า โจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและจำเลยทราบประกาศนี้แล้ว โดยไม่ได้บรรยายว่าจำเลยได้ทราบประกาศเมื่อใดอย่างไร ทำให้จำเลยไม่เข้าใจและหลงต่อสู้เป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบนั้น เห็นว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ดังกล่าวที่เกี่ยวกับคดีนี้ก็คือ ประกาศชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ให้กัญชาหมายความรวมถึงทุกส่วนของพืชกัญชาและวัตถุหรือสารต่างๆ ที่อยู่ในพืชกัญชา คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีกัญชาแห้งอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเทศ 5 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายซึ่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7 (5) ได้บัญญัติไว้แล้วว่ากัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 โดยไม่จำต้องอ้างประกาศกระทรวงดังกล่าว ปัญหาตามฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษปรับสุทธิเหลือ 100,000 บาท โดยไม่ได้ระบุว่าให้ขังเกิน 1 ปี ด้วยหรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนโดยมิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

พิพากษายืน แต่สำหรับโทษปรับ หากมีการกักขังแทนค่าปรับให้กักขังไม่เกิน 1 ปี.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000716.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549