คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3039/2550 ฉบับเต็ม

#267575
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3039/2550 ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอสโซซิเอท พาร์ท มาร์เกตติ้ง โจทก์ พันจ่าอากาศเอกทวีศักดิ์ ศรีสมบูรณ์ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10, มาตรา 76 จำเลยที่ 2 เป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของโจทก์ ที่โจทก์หักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10, 76 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ดังนั้น ไม่ว่าจำเลยที่ 2 จะดำเนินธุรกิจแข่งขันกับโจทก์ในขณะที่ยังเป็นลูกจ้างของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยที่ 2 ใช้เวลาทำงานไปทำกิจการส่วนตัวอันเป็นการทุจริตเวลาทำงานของโจทก์ซึ่งเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อ 10.2 หรือไม่ก็ตาม โจทก์ย่อมไม่อาจอ้างระเบียบข้อบังคับการทำงานของโจทก์เพื่อปฏิเสธที่จะคืนเงินค่าจ้างของจำเลยที่ 2 ที่โจทก์หักไว้ หากจำเลยที่ 2 กระทำให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ในระหว่างที่จำเลยที่ 2 ยังเป็นลูกจ้างโจทก์ก็ชอบที่โจทก์จะดำเนินคดีฟ้องร้องให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ดังที่ได้ดำเนินคดีไว้แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ลาออกจากการเป็นลูกจ้าง โจทก์ต้องคืนเงินค่าจ้างที่หักไว้แก่จำเลยที่ 2 คดีไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานของจำเลยที่ 1 ซึ่งให้โจทก์คืนเงินที่โจทก์หักจากค่าจ้างของจำเลยที่ 2 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ 23/2547 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2547 ให้โจทก์คืนเงินประกัน-เงินสะสมแก่จำเลยที่ 2 จำนวน 12,575 บาท ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์คืนเงินจำนวน 12,575 บาท ที่โจทก์หักจากค่าจ้างจำเลยที่ 2 หรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของโจทก์ ที่โจทก์หักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76 เมื่อจำเลยที่ 2 ลาออกโจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่หักไว้ทั้งหมด โจทก์หาได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า การหักเงินค่าจ้างดังกล่าวชอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76 แล้วไม่ โจทก์คงอุทธรณ์เพียงว่า จำเลยที่ 2 ดำเนินธุรกิจแข่งขันกับโจทก์ในขณะที่ยังเป็นลูกจ้างของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยที่ 2 ใช้เวลาทำงานไปทำกิจการส่วนตัวอันเป็นการทุจริตเวลาทำงานของโจทก์ซึ่งเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อ 10.2 จำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินประกัน-เงินสะสมเท่านั้น เห็นว่า ไม่ว่าจำเลยที่ 2 จะได้กระทำการอันเป็นความผิดฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ดังที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์หักเงินค่าจ้างเพื่อเป็นเงินประกันหรือเงินสะสมอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจจะอ้างระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์เพื่อปฏิเสธที่จะคืนเงินค่าจ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์หักไว้ได้ ทั้งหากจำเลยที่ 2 กระทำให้เกิดความเสียหายใด ๆ ขึ้นแก่โจทก์ในระหว่างที่จำเลยที่ 2 ยังเป็นลูกจ้างของโจทก์ก็ชอบที่โจทก์จะดำเนินคดีฟ้องร้องให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังที่โจทก์ได้ดำเนินคดีฟ้องร้องแก่จำเลยที่ 2 แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ลาออกจากการเป็นลูกจ้าง โจทก์จำต้องคืนเงินค่าจ้างที่หักไว้แก่จำเลยที่ 2 คดีไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์-พิชิต คำแฝง-วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์) ศาลแรงงานกลาง - นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267575
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายอนันต์ โรจนเนืองนิตย์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017312"
    }
}
date
2550
deka_no
3039/2550
deka_running_no
3039
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์",
    "พิชิต คำแฝง",
    "วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 10",
            "ม. 76"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด แอสโซซิเอท พาร์ท มาร์เกตติ้ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "พันจ่าอากาศเอกทวีศักดิ์ ศรีสมบูรณ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน ที่ 23/2547 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2547 ให้โจทก์คืนเงินประกัน-เงินสะสมแก่จำเลยที่ 2 จำนวน 12,575 บาท ของจำเลยที่ 1

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์คืนเงินจำนวน 12,575 บาท ที่โจทก์หักจากค่าจ้างจำเลยที่ 2 หรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงและวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 เป็นช่างซ่อมบำรุง ไม่ได้รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินของโจทก์ ที่โจทก์หักค่าจ้างร้อยละ 5 ไว้เป็นเงินประกันหรือเงินสะสมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากจำเลยที่ 2 เป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76 เมื่อจำเลยที่ 2 ลาออกโจทก์มีหน้าที่ต้องคืนเงินที่หักไว้ทั้งหมด โจทก์หาได้อุทธรณ์โต้แย้งว่า การหักเงินค่าจ้างดังกล่าวชอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10 และมาตรา 76 แล้วไม่ โจทก์คงอุทธรณ์เพียงว่า จำเลยที่ 2 ดำเนินธุรกิจแข่งขันกับโจทก์ในขณะที่ยังเป็นลูกจ้างของโจทก์ ทำให้โจทก์เสียหาย และจำเลยที่ 2 ใช้เวลาทำงานไปทำกิจการส่วนตัวอันเป็นการทุจริตเวลาทำงานของโจทก์ซึ่งเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานข้อ 10.2 จำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีสิทธิได้รับเงินประกัน-เงินสะสมเท่านั้น เห็นว่า ไม่ว่าจำเลยที่ 2 จะได้กระทำการอันเป็นความผิดฝ่าฝืนต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์ดังที่โจทก์อ้างในอุทธรณ์หรือไม่ก็ตาม แต่เมื่อโจทก์หักเงินค่าจ้างเพื่อเป็นเงินประกันหรือเงินสะสมอันเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งเป็นกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนแล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจจะอ้างระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของโจทก์เพื่อปฏิเสธที่จะคืนเงินค่าจ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งโจทก์หักไว้ได้ ทั้งหากจำเลยที่ 2 กระทำให้เกิดความเสียหายใด ๆ ขึ้นแก่โจทก์ในระหว่างที่จำเลยที่ 2 ยังเป็นลูกจ้างของโจทก์ก็ชอบที่โจทก์จะดำเนินคดีฟ้องร้องให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ดังที่โจทก์ได้ดำเนินคดีฟ้องร้องแก่จำเลยที่ 2 แล้ว เมื่อจำเลยที่ 2 ลาออกจากการเป็นลูกจ้าง โจทก์จำต้องคืนเงินค่าจ้างที่หักไว้แก่จำเลยที่ 2 คดีไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 คำพิพากษาศาลแรงงานกลางชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000688.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550