คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2549 ฉบับเต็ม

#267627
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 145/2549 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดไชยา โจทก์ นางนารีหรือนุ้ย รักษ์คง กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 การกระทำความผิดอาญาในคดีก่อนเป็นคนละตอนกับการกระทำความผิดคดีนี้ เมทแอมเฟตามีนก็เป็นคนละจำนวนกัน จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระ โจทก์จึงมีอำนาจแยกฟ้องเป็นคนละคดีได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 56,000 เม็ด น้ำหนัก 5,206.230 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 898.708 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15 , 66, 102, ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบของกลาง และนับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 81/2544 ของศาลชั้นต้น และนับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 574/2543 ของศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคสอง), 66 วรรคสอง, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) ริบของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไม่ปรากฏคดีอาญาหมายเลขดำที่ 81/2544 ของศาลชั้นต้น ศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจึงไม่อาจนับโทษจำเลยทั้งสองต่อได้ ยกคำขอในส่วนนี้ แต่คดีอาญาหมายเลขดำที่ 574/2543 ของศาลชั้นต้น ศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจึงให้นับโทษจำเลยที่ 1 คดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 574/2543 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 307/2544 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน คดีในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงถึงที่สุดแล้ว คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า ศาลชั้นต้นกำหนดโทษและลดโทษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง กฎหมายกำหนดโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นวางโทษแก่จำเลยทั้งสองสูงสุดคือประหารชีวิต แล้วลดโทษกึ่งหนึ่งคงให้จำคุกตลอดชีวิต จึงเป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษที่มิได้ขัดต่อพระราชบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) แต่ประการใด ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การกระทำผิดในคดีนี้ซ้ำกับการกระทำความผิดในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 474/2545 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า การกระทำความผิดในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 474/2545 พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเป็นคนละตอนกับการกระทำความผิดในคดีนี้ เมทแอมเฟตามีนเป็นคนละจำนวนกัน จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน โจทก์จึงมีอำนาจแยกฟ้องเป็นคนละคดี ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และไม่มีผลกระทบถึงสิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ ภาค 8 พิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (พิทักษ์ คงจันทร์-วิชัย วิวิตเสวี-ธานิศ เกศวพิทักษ์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267627
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082026864"
    }
}
date
2549
deka_no
145/2549
deka_running_no
145
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "วิชัย วิวิตเสวี",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดไชยา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางนารีหรือนุ้ย รักษ์คง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2543 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 56,000 เม็ด น้ำหนัก 5,206.230 กรัม คำนวณเป็นน้ำหนักสารบริสุทธิ์ได้ 898.708 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15 , 66, 102, ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ริบของกลาง และนับโทษของจำเลยทั้งสองต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 81/2544 ของศาลชั้นต้น และนับโทษของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 574/2543 ของศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคสอง), 66 วรรคสอง, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) ริบของกลาง ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อไม่ปรากฏคดีอาญาหมายเลขดำที่ 81/2544 ของศาลชั้นต้น ศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจึงไม่อาจนับโทษจำเลยทั้งสองต่อได้ ยกคำขอในส่วนนี้ แต่คดีอาญาหมายเลขดำที่ 574/2543 ของศาลชั้นต้น ศาลได้มีคำพิพากษาแล้วจึงให้นับโทษจำเลยที่ 1 คดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 574/2543 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 307/2544 ของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต จำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 8 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน คดีในส่วนของจำเลยที่ 2 จึงถึงที่สุดแล้ว คงมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ประการแรกว่า ศาลชั้นต้นกำหนดโทษและลดโทษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสอง กฎหมายกำหนดโทษสูงสุดคือประหารชีวิต ซึ่งเมื่อศาลชั้นต้นวางโทษแก่จำเลยทั้งสองสูงสุดคือประหารชีวิต แล้วลดโทษกึ่งหนึ่งคงให้จำคุกตลอดชีวิต จึงเป็นการใช้ดุลพินิจลงโทษที่มิได้ขัดต่อพระราชบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) แต่ประการใด ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การกระทำผิดในคดีนี้ซ้ำกับการกระทำความผิดในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 474/2545 ของศาลชั้นต้น เห็นว่า การกระทำความผิดในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ 474/2545 พฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดเป็นคนละตอนกับการกระทำความผิดในคดีนี้ เมทแอมเฟตามีนเป็นคนละจำนวนกัน จึงเป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน โจทก์จึงมีอำนาจแยกฟ้องเป็นคนละคดี ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และไม่มีผลกระทบถึงสิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ ภาค 8 พิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000775.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549