คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8240/2549 ฉบับเต็ม

#267632
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8240/2549 นางสาวดวงจันทร์ เผือกขวัญดี โจทก์ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ( ร.ส.พ.) จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 285 (4) พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11, มาตรา 12 ตาม พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11 และมาตรา 12 กำหนดให้รายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือ รายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับมาแล้ว และเหลือจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง เท่านั้น ไม่รวมถึงรายได้ที่จำเลยยังไม่ได้รับชำระและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย สิทธิเรียกร้องเงินค่าขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งอายัดเป็นเพียงสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ที่จำเลยยังไม่ได้รับเข้ามาเป็นรายได้ของจำเลยและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย ยังไม่เป็นรายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดินไม่ต้องห้ามมิให้อายัด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบ 629,930 บาท ไปยังโรงงานยาสูบผู้ว่าจ้าง โดยให้ส่งมอบเงินดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงิน จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัด ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11 บัญญัติว่า "รายได้ที่ ร.ส.พ. ได้รับจากการดำเนินกิจการ ให้ตกเป็นของ ร.ส.พ. สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ" มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในปีหนึ่งๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการ ค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา เงินสำรองไถ่ถอนหนี้...และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ" วรรคสองบัญญัติว่า "แต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับรายจ่ายดังกล่าว นอกจากเงินสำรองที่ระบุไว้ในวรรคก่อน และ ร.ส.พ. ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐบาลพึงจ่ายเงินให้แก่ ร.ส.พ. เท่าจำนวนที่จำเป็น" ดังนี้ เห็นได้ว่ารายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือ รายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับมาแล้ว และเหลือจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงรายได้ที่จำเลยยังไม่ได้รับชำระและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย สิทธิเรียกร้องเงินค่าขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งอายัดเป็นเพียงสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ที่จำเลยยังไม่ได้รับเข้ามาเป็นรายได้ของจำเลยและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย ยังไม่เป็นรายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ต้องห้ามมิให้อายัด ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (พิทยา บุญชู-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-จรัส พวงมณี) ศาลแรงงานกลาง - นายเลิศชัย ภักดีฉนวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267632
courts
[
    {
        "court": "ศาลแรงงานกลาง",
        "judge": "นายเลิศชัย ภักดีฉนวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020334"
    }
}
date
2549
deka_no
8240/2549
deka_running_no
8240
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พิทยา บุญชู",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 285 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496",
        "law_abbr": "พ.ร.ฎ.จัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496",
        "sections": [
            "ม. 11",
            "ม. 12"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวดวงจันทร์ เผือกขวัญดี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ( ร.ส.พ.)"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่จำเลยไม่ชำระ โจทก์จึงขอหมายบังคับคดีและเจ้าพนักงานบังคับคดีได้แจ้งอายัดสิทธิเรียกร้องเงินค่าจ้างขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบ 629,930 บาท ไปยังโรงงานยาสูบผู้ว่าจ้าง โดยให้ส่งมอบเงินดังกล่าวแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีภายใน 10 วัน นับแต่วันถึงกำหนดจ่ายเงิน

จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการอายัด

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ พ.ศ.2496 มาตรา 11 บัญญัติว่า "รายได้ที่ ร.ส.พ. ได้รับจากการดำเนินกิจการ ให้ตกเป็นของ ร.ส.พ. สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ" มาตรา 12 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ในปีหนึ่งๆ เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายสำหรับดำเนินกิจการ ค่าภาระต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมราคา เงินสำรองไถ่ถอนหนี้...และเงินลงทุนตามที่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีแล้ว เหลือเท่าใดให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ" วรรคสองบัญญัติว่า "แต่ถ้ารายได้มีจำนวนไม่พอสำหรับรายจ่ายดังกล่าว นอกจากเงินสำรองที่ระบุไว้ในวรรคก่อน และ ร.ส.พ. ไม่สามารถหาเงินจากทางอื่นได้ รัฐบาลพึงจ่ายเงินให้แก่ ร.ส.พ. เท่าจำนวนที่จำเป็น" ดังนี้ เห็นได้ว่ารายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ คือ รายได้จากการดำเนินกิจการที่จำเลยได้รับมาแล้ว และเหลือจากหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แล้วเท่านั้น ไม่รวมถึงรายได้ที่จำเลยยังไม่ได้รับชำระและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย สิทธิเรียกร้องเงินค่าขนส่งตามสัญญาจ้างที่จำเลยทำไว้กับโรงงานยาสูบซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งอายัดเป็นเพียงสิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ที่จำเลยยังไม่ได้รับเข้ามาเป็นรายได้ของจำเลยและยังไม่ได้หักค่าใช้จ่าย ยังไม่เป็นรายได้ที่จำเลยต้องนำส่งเป็นรายได้ของรัฐ จึงไม่ใช่ทรัพย์สินของแผ่นดิน ไม่ต้องห้ามมิให้อายัด ที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000715.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549