คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9020/2543 ฉบับเต็ม

#267669
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9020/2543 โซนี่ คาบูชิกิ ไกชา โจทก์ บริษัทโซนี่ อิมเป็กซ์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 18, มาตรา 421, มาตรา 1115 ป.วิ.พ. มาตรา 142 พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44, มาตรา 47 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยใช้ ขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องกับชื่อทางการค้า SONY ของโจทก์ คดีย่อมมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าการจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทของจำเลยเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 18, 421 และเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 44, 47 หรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนชื่อบริษัทพ้องกับชื่อบริษัทโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อนอันจะมีผลที่จะบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1115 เพราะโจทก์มิได้อ้างว่าโจทก์จดทะเบียนชื่อนิติบุคคลของโจทก์ดังกล่าวไว้ก่อน การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและบังคับตามนัยบทบัญญัติมาตรา 1115 จึงเป็นการพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือจากคำฟ้องโจทก์ จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาใหม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อและดวงตรานิติบุคคลจำเลยที่ 1 โดยไม่ใช้คำว่า "SONY" และ "โซนี่" ภายในเวลาที่ศาลกำหนด มิฉะนั้นให้จำเลยที่ 9 มีคำสั่งถอดถอนชื่อและดวงตราดังกล่าว หากจำเลยที่ 9 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ ขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องกับชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ดังกล่าวของโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1 ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 ถึงแก่กรรมตั้งแต่ก่อนฟ้อง ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 9 ให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ และให้จำเลยที่ 9 จัดการให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้เงินเดือนละ 5,000 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 29 กรกฎาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงชื่อจำเลยที่ 1 เสร็จ ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 9 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 9 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งเก้าว่า โจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้ากับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ซึ่งได้รับการจดทะเบียนไว้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วยและมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2537 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ร่วมกันนำคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ไปขอจดทะเบียนใช้เป็นชื่อนิติบุคคลในการจัดตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 โดยใช้ชื่อว่า "บริษัทโซนี่ อิมเป็กซ์ จำกัด" หรือ "SONY IMPEX CO.LTD." เป็นชื่อและดวงตราบริษัทจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต แสวงหาผลประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณความแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของโจทก์ การขอจดทะเบียนชื่อบริษัทของจำเลยที่ 1 เป็นการขัดต่อกฎหมายและระเบียบของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ไม่ชอบที่จำเลยที่ 9 จะรับจดทะเบียนให้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 และโจทก์มีคำขอบังคับให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ชื่อดังกล่าว ห้ามขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดในชื่อและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ของโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 3 โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 แล้ว สำหรับจำเลยที่ 9 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 9 ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เพราะจำเลยที่ 9 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการรับจดทะเบียนบริษัทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 9 รับจดทะเบียนชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 โดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 แล้ว ดังนี้ คดีย่อมมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าการจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทและดวงตราจำเลยที่ 1 โดยมีคำว่า "SONY" และ "โซนี่" เป็นการล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18, 421 และเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการของโจทก์ อันเป็นการขัดต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44, 47 ไม่ชอบที่จะรับจดทะเบียนให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 และโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 9 ได้หรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 พ้องกับชื่อบริษัทโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อน อันมีผลที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115 เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างว่าโจทก์จดทะเบียนชื่อนิติบุคคลของโจทก์ดังกล่าวไว้ก่อน หากแต่ยืนยันว่าโจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้าดังกล่าว และเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" ได้รับการจดทะเบียนไว้ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย การล่วงละเมิดสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้ากับการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคนละเรื่องกับการจดทะเบียนใช้ชื่อนิติบุคคลพ้องกับชื่อบริษัทอื่นอันได้จดทะเบียนไว้แล้วตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115 ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนำบทบัญญัติมาตรา 1115 มาวินิจฉัยและมีคำพิพากษาบังคับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 1115 ดังกล่าวจึงเป็นการพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือจากคำฟ้องของโจทก์ นอกจากนี้ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ให้ครบ เป็นกรณีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษา ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาใหม่เสียก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ศาลดังกล่าวมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้ศาลดังกล่าวรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่. (พิชิต คำแฝง-พินิจ เพชรรุ่ง-ยงยศ นิสภัครกุล) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายสอนชัย สิราริยกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267669
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายสอนชัย สิราริยกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082068507"
    }
}
date
2543
deka_no
9020/2543
deka_running_no
9020
deka_year
2543
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ยงยศ นิสภัครกุล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 18",
            "ม. 421",
            "ม. 1115"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 44",
            "ม. 47"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "โซนี่ คาบูชิกิ ไกชา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทโซนี่ อิมเป็กซ์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อและดวงตรานิติบุคคลจำเลยที่ 1 โดยไม่ใช้คำว่า "SONY" และ "โซนี่" ภายในเวลาที่ศาลกำหนด มิฉะนั้นให้จำเลยที่ 9 มีคำสั่งถอดถอนชื่อและดวงตราดังกล่าว หากจำเลยที่ 9 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนา ให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ ขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องกับชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ดังกล่าวของโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1

ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 3 ถึงแก่กรรมตั้งแต่ก่อนฟ้อง ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 ออกจากสารบบความ

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การ

จำเลยที่ 9 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ และให้จำเลยที่ 9 จัดการให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้เงินเดือนละ 5,000 บาท แก่โจทก์ นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 29 กรกฎาคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะเปลี่ยนแปลงชื่อจำเลยที่ 1 เสร็จ ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 9 ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 9 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งเก้าว่า โจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้ากับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ซึ่งได้รับการจดทะเบียนไว้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วยและมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม 2537 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ร่วมกันนำคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ไปขอจดทะเบียนใช้เป็นชื่อนิติบุคคลในการจัดตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 โดยใช้ชื่อว่า "บริษัทโซนี่ อิมเป็กซ์ จำกัด" หรือ "SONY IMPEX CO.LTD." เป็นชื่อและดวงตราบริษัทจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต แสวงหาผลประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณความแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของโจทก์ การขอจดทะเบียนชื่อบริษัทของจำเลยที่ 1 เป็นการขัดต่อกฎหมายและระเบียบของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท ไม่ชอบที่จำเลยที่ 9 จะรับจดทะเบียนให้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 และโจทก์มีคำขอบังคับให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ชื่อดังกล่าว ห้ามขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดในชื่อและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ของโจทก์ ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 3 โจทก์ขอถอนฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 แล้ว สำหรับจำเลยที่ 9 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 9 ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เพราะจำเลยที่ 9 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการรับจดทะเบียนบริษัทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 9 รับจดทะเบียนชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 โดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 แล้ว ดังนี้ คดีย่อมมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าการจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทและดวงตราจำเลยที่ 1 โดยมีคำว่า "SONY" และ "โซนี่" เป็นการล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18, 421 และเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการของโจทก์ อันเป็นการขัดต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 44, 47 ไม่ชอบที่จะรับจดทะเบียนให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 และโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 9 ได้หรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 พ้องกับชื่อบริษัทโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อน อันมีผลที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115 เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างว่าโจทก์จดทะเบียนชื่อนิติบุคคลของโจทก์ดังกล่าวไว้ก่อน หากแต่ยืนยันว่าโจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้าดังกล่าว และเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" ได้รับการจดทะเบียนไว้ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วย การล่วงละเมิดสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้ากับการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคนละเรื่องกับการจดทะเบียนใช้ชื่อนิติบุคคลพ้องกับชื่อบริษัทอื่นอันได้จดทะเบียนไว้แล้วตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115 ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนำบทบัญญัติมาตรา 1115 มาวินิจฉัยและมีคำพิพากษาบังคับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 1115 ดังกล่าวจึงเป็นการพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือจากคำฟ้องของโจทก์ นอกจากนี้ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ให้ครบ เป็นกรณีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษา ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่ง จึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาใหม่เสียก่อน

พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ศาลดังกล่าวมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้ศาลดังกล่าวรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001149.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2543