คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6991/2549 ฉบับเต็ม

#267680
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6991/2549 พนักงานอัยการประจำจังหวัดพล โจทก์ นายสงกรานต์ คำสุนชา จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 ข้อความว่า "ข่มขืนกระทำชำเรา" หมายถึง การร่วมประเวณีกับหญิงซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตน การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเรา แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดตามป.อ. มาตรา 276 วรรคแรก แล้ว ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา น. ผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการขับรถจักรยานยนต์ชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับ ทำให้บริเวณใบหน้า ลำคอ ขาหนีบ และซี่โครงซ้ายได้รับอันตรายแก่กายจนผู้เสียหายนอนป่วยไม่รู้สึกตัว มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง ได้รับอันตรายแก่กายต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 มาตรา 276 และมาตรา 277 ทวิ ริบรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขอนแก่น ท - 2920 ให้คืนเสื้อแจ๊กเก้ต สร้อยยางสีดำ และกระดาษเบอร์โทรศัพท์ของกลางแก่เจ้าของและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก และมาตรา 277 ทวิ (1) ลงโทษจำคุก 18 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 24 ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 18 ปี รับรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขอนแก่น ท - 2920 ให้คืนเสื้อแจ๊กเก้ต สร้อยยางสีดำ และกระดาษเบอร์โทรศัพท์ของกลางแก่เจ้าของ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเนื่องจากไม่ได้บรรยายลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ เห็นว่า ข้อความ "ข่มขืนกระทำชำเรา" หมายถึงการร่วมประเวณีกับหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนคือผู้เสียหาย โจทก์บรรยายข้อความต่อว่า "จำเลยใช้กำลังประทุษร้าย... โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้..." แม้โจทก์ไม่บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเรา แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก" พิพากษายืน. (ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์-ประทีป ปิติสันต์-นุรักษ์ มาประณีต) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267680
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082021249"
    }
}
date
2549
deka_no
6991/2549
deka_running_no
6991
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ประจักษ์ เกียรติ์อนุพงศ์",
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "นุรักษ์ มาประณีต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำจังหวัดพล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสงกรานต์ คำสุนชา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2542 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยข่มขืนกระทำชำเรา น. ผู้เสียหาย โดยจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายด้วยการขับรถจักรยานยนต์ชนรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับ ทำให้บริเวณใบหน้า ลำคอ ขาหนีบ และซี่โครงซ้ายได้รับอันตรายแก่กายจนผู้เสียหายนอนป่วยไม่รู้สึกตัว มีอาการกระทบกระเทือนทางสมองอย่างรุนแรง ได้รับอันตรายแก่กายต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่า 20 วัน และจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 มาตรา 276 และมาตรา 277 ทวิ ริบรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขอนแก่น ท - 2920 ให้คืนเสื้อแจ๊กเก้ต สร้อยยางสีดำ และกระดาษเบอร์โทรศัพท์ของกลางแก่เจ้าของและเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก และมาตรา 277 ทวิ (1) ลงโทษจำคุก 18 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 24 ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ เห็นสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 18 ปี รับรถจักรยานยนต์ทะเบียน ขอนแก่น ท - 2920 ให้คืนเสื้อแจ๊กเก้ต สร้อยยางสีดำ และกระดาษเบอร์โทรศัพท์ของกลางแก่เจ้าของ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำฟ้องของโจทก์ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราเนื่องจากไม่ได้บรรยายลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเราหรือไม่ เห็นว่า ข้อความ "ข่มขืนกระทำชำเรา" หมายถึงการร่วมประเวณีกับหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนคือผู้เสียหาย โจทก์บรรยายข้อความต่อว่า "จำเลยใช้กำลังประทุษร้าย... โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้..." แม้โจทก์ไม่บรรยายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลักษณะของการข่มขืนกระทำชำเรา แต่เป็นรายละเอียดที่โจทก์นำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงครบองค์ประกอบความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก"

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000723.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549