คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8330/2549 ฉบับเต็ม

#267705
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8330/2549 บริษัทพีดีเอ ไทยปาล์ม จำกัด โจทก์ นายเธียรชัย เอี่ยมวรเมธ จำเลย พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 (5), มาตรา 16 การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์นั้น พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ฯ มิได้มีบทบัญญัติให้ต้องทำเป็นหนังสือ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 4,851,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยลงประกาศผลคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คมชัดลึก ผู้จัดการรายวัน กรุงเทพธุรกิจ และหนังสือพิมพ์ประเภทเดียวกัน ขนาดหน้าประกาศมีพื้นที่เศษหนึ่งส่วนสี่ของหน้าประกาศ จำนวน 7 วัน ติดต่อกันโดยจำเลยชำระค่าใช้จ่าย ห้ามจำเลยละเมิดต่อโจทก์อีก จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 (5) มิได้บัญญัติให้สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ ต่างกับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ที่มาตรา 68 วรรคสอง บัญญัติให้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ส่วนพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 16 ก็มิใช่บทบัญญัติที่กำหนดให้สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ เป็นเพียงบทบัญญัติกำหนดให้การตัดสิทธิมิให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ลิขสิทธิ์ที่มีการอนุญาตแล้วต้องระบุไว้ในหนังสืออนุญาตเท่านั้น อีกทั้งกรณีที่กฎหมายต้องการให้สัญญาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เรื่องใดต้องทำเป็นหนังสือแล้วก็ต้องบัญญัติไว้ดังเช่นการโอนลิขสิทธิ์ซึ่งตามมาตรา 17 วรรคสาม บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าการโอนลิขสิทธิ์ซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้น สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นโมฆะ จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ... พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ. (ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-อร่าม เสนามนตรี) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นางปลื้มจิต จุลฤกษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267705
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นางปลื้มจิต จุลฤกษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020324"
    }
}
date
2549
deka_no
8330/2549
deka_running_no
8330
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ชัยสิทธิ์ ตราชูธรรม",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "อร่าม เสนามนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537",
        "sections": [
            "ม. 15 (5)",
            "ม. 16"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทพีดีเอ ไทยปาล์ม จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเธียรชัย เอี่ยมวรเมธ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 4,851,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยลงประกาศผลคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คมชัดลึก ผู้จัดการรายวัน กรุงเทพธุรกิจ และหนังสือพิมพ์ประเภทเดียวกัน ขนาดหน้าประกาศมีพื้นที่เศษหนึ่งส่วนสี่ของหน้าประกาศ จำนวน 7 วัน ติดต่อกันโดยจำเลยชำระค่าใช้จ่าย ห้ามจำเลยละเมิดต่อโจทก์อีก

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษายกฟ้องค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ข้อแรกว่า สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 15 (5) มิได้บัญญัติให้สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ ต่างกับพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ที่มาตรา 68 วรรคสอง บัญญัติให้สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า ส่วนพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 16 ก็มิใช่บทบัญญัติที่กำหนดให้สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ เป็นเพียงบทบัญญัติกำหนดให้การตัดสิทธิมิให้เจ้าของลิขสิทธิ์อนุญาตให้ผู้อื่นใช้ลิขสิทธิ์ที่มีการอนุญาตแล้วต้องระบุไว้ในหนังสืออนุญาตเท่านั้น อีกทั้งกรณีที่กฎหมายต้องการให้สัญญาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เรื่องใดต้องทำเป็นหนังสือแล้วก็ต้องบัญญัติไว้ดังเช่นการโอนลิขสิทธิ์ซึ่งตามมาตรา 17 วรรคสาม บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าการโอนลิขสิทธิ์ซึ่งมิใช่ทางมรดกต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่าสัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ต้องทำเป็นหนังสือ มิฉะนั้น สัญญาอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์เป็นโมฆะ จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ...

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000715.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549