คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577/2550 ฉบับเต็ม

#267724
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางวิไลวรรณ อาจาริยานนท์ จำเลย ป.อ. มาตรา 91 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40 (1), มาตรา 40 (2), มาตรา 52 วรรคแรก, มาตรา 52 วรรคห้า การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารตึกชั้นเดียวและคำสั่งห้ามจำเลยหรือบุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคาร เมื่อจำเลยอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคแรก และคณะกรรมการดังกล่าวได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า บริษัท สหถกลก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูลกรณี และเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์ (จำเลย) ซึ่งมิใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารมูลกรณีให้ระงับการก่อสร้างอาคารตามมาตรา 40 (1) (แบบ ค.3) ห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคารตาม มาตรา 40 (2) (แบบ ค.4) ฉะนั้น คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง ให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว และให้ดำเนินการออกคำสั่งกับเจ้าของอาคารมูลกรณีให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ซึ่งมีผลให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องปฏิบัติตาม ตามมาตรา 52 วรรคห้า จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น สำหรับข้อหาก่อสร้างดัดแปลงอาคารนั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยดังกล่าวย่อมผูกพันให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ต้องปฏิบัติความคำวินิจฉัย การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไปร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลย ต่อพนักงานสอบสวน และโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ก่อนที่จะมีคำสั่งวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาข้ามขั้นตอนของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 21, 40, 42, 65, 66, ทวิ 67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้ปรับจำเลยเป็นรายวันนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ห้ามจำเลยใช้หรือเข้าไปในอาคารและที่ให้รื้อถอนอาคารด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 40 (2), 65 วรรคหนึ่ง, 67 ลงโทษฐานก่อสร้างดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท และฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ห้ามเข้าไปและใช้อาคาร จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้ปรับจำเลยเป็นรายวันวันละ 100 บาท นับแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2545 ถึงวันที่ 23 เมษายน 2546 รวม 436 วัน เป็นเงิน 43,600 บาท รวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 63,600 บาท จำเลยไม่เคยถูกจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานมิได้รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ความผิดในข้อหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคดีของจำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง คดีคงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารตึกชั้นเดียวและคำสั่งห้ามจำเลยหรือบุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคาร จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคแรก และคณะกรรมการดังกล่าวได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า บริษัทสหถกลก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูลกรณีและเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์ (จำเลย) ซึ่งมิใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารมูลกรณีให้ระงับการก่อสร้างอาคารตามมาตรา 40 (1) (แบบ ค.3) ห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคารตามมาตรา 40 (2) (แบบ ค.4) ฉะนั้น คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้ดำเนินการออกคำสั่งกับเจ้าของอาคารมูลกรณีให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ซึ่งมีผลให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามนั้น ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคห้า ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา 40 ประกอบมาตรา 67 วรรคหนึ่ง นั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องและให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสียแล้ว จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น สำหรับข้อหาก่อสร้างดัดแปลงอาคารนั้นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยก่อสร้างอาคารชนิดตึกชั้นเดียวบนพื้นที่ว่างเปล่าระหว่างอาคารเลขที่ 26 กับเลขที่ 24 เพื่อเชื่อมต่อจากอาคารที่ 26 อันเป็นการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า บริษัทสหถกลก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูลกรณี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ย่อมผูกพันเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคห้า การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไปร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวนและโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาข้ามขั้นตอนของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้อง. (เกษม วีรวงศ์-พีรพล พิชยวัฒน์-ฐานันท์ วรรณโกวิท) ศาลอาญาธนบุรี - นายฉันชาย โรจนสโรช ศาลอุทธรณ์ - นายเสรี เพศประเสริฐ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267724
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญาธนบุรี",
        "judge": "นายฉันชาย โรจนสโรช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายเสรี เพศประเสริฐ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082017637"
    }
}
date
2550
deka_no
2577/2550
deka_running_no
2577
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "เกษม วีรวงศ์",
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "ฐานันท์ วรรณโกวิท"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 91"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 40 (1)",
            "ม. 40 (2)",
            "ม. 52 วรรคแรก",
            "ม. 52 วรรคห้า"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวิไลวรรณ อาจาริยานนท์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 4, 21, 40, 42, 65, 66, ทวิ 67 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และขอให้ปรับจำเลยเป็นรายวันนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ห้ามจำเลยใช้หรือเข้าไปในอาคารและที่ให้รื้อถอนอาคารด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 40 (2), 65 วรรคหนึ่ง, 67 ลงโทษฐานก่อสร้างดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท และฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ห้ามเข้าไปและใช้อาคาร จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท และให้ปรับจำเลยเป็นรายวันวันละ 100 บาท นับแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2545 ถึงวันที่ 23 เมษายน 2546 รวม 436 วัน เป็นเงิน 43,600 บาท รวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 63,600 บาท จำเลยไม่เคยถูกจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 มีกำหนด 1 ปี หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องในความผิดฐานมิได้รื้อถอนอาคารตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ความผิดในข้อหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคดีของจำเลยต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง คดีคงขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้มีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารตึกชั้นเดียวและคำสั่งห้ามจำเลยหรือบุคคลใดใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคาร จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคแรก และคณะกรรมการดังกล่าวได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า บริษัทสหถกลก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูลกรณีและเป็นเจ้าของอาคารดังกล่าว เจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่มีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้อุทธรณ์ (จำเลย) ซึ่งมิใช่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารมูลกรณีให้ระงับการก่อสร้างอาคารตามมาตรา 40 (1) (แบบ ค.3) ห้ามใช้หรือเข้าไปในส่วนใดๆ ของอาคารหรือบริเวณอาคารตามมาตรา 40 (2) (แบบ ค.4) ฉะนั้น คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงวินิจฉัยให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้ดำเนินการออกคำสั่งกับเจ้าของอาคารมูลกรณีให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป ซึ่งมีผลให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามนั้น ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคห้า ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตาม มาตรา 40 ประกอบมาตรา 67 วรรคหนึ่ง นั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องและให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวเสียแล้ว จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น สำหรับข้อหาก่อสร้างดัดแปลงอาคารนั้นโจทก์ฟ้องว่าจำเลยก่อสร้างอาคารชนิดตึกชั้นเดียวบนพื้นที่ว่างเปล่าระหว่างอาคารเลขที่ 26 กับเลขที่ 24 เพื่อเชื่อมต่อจากอาคารที่ 26 อันเป็นการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้มีคำวินิจฉัยว่า บริษัทสหถกลก่อสร้าง จำกัด เป็นผู้ก่อสร้างอาคารมูลกรณี คำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ย่อมผูกพันเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคห้า การที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นไปร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยต่อพนักงานสอบสวนและโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ก่อนที่จะมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาข้ามขั้นตอนของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000691.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550