คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3576/2550 ฉบับเต็ม

#267730
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3576/2550 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายเทพมนตรี ศิริบุรี จำเลย ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 แม้คดีนี้ศาลจะลงโทษจำคุกจำเลย แต่เป็นความผิดที่จำเลยกระทำโดยประมาท จึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคแรก ที่จะนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษจำคุกของจำเลยในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบ มาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 ปี ให้นำโทษจำคุก 8 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2877/2547 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ (ที่ถูกต้องปรับบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก มาด้วย) รวมเป็นโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยมีอาชีพรับจ้างขับรถมา 10 ปี แล้ว จำเลยย่อมทราบดีว่าผู้ขับรถจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ มิฉะนั้น อาจเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายแก่ตัวเองและผู้อื่นได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่ได้พักผ่อนแล้วยังฝืนขับรถในระยะทางไกลจึงเป็นความประมาทร้ายแรงของจำเลย ซึ่งจำเลยได้วูบหลับไป เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างมากทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น แม้จำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวและได้พยายามบรรเทาความเสียหายแล้ว ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษจำคุกจำเลยให้เบาลงอีก และรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่คดีนี้แม้ศาลจะลงโทษจำคุกจำเลย แต่เป็นความผิดที่จำเลยกระทำโดยประมาท จึงไม่อาจต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก ที่จะนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นำโทษจำคุกที่จำเลยรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2877/2547 ของจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2877/2547 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ คงให้จำคุกจำเลย 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4. (ชวลิต ตุลยสิงห์-บุญส่ง น้อยโสภณ-สิทธิชัย พรหมศร) ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายธนากร ภัทรากร ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายประมวญ รักศิลธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267730
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมหาสารคาม",
        "judge": "นายธนากร ภัทรากร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายประมวญ รักศิลธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016963"
    }
}
date
2550
deka_no
3576/2550
deka_running_no
3576
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "บุญส่ง น้อยโสภณ",
    "สิทธิชัย พรหมศร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 58 วรรคแรก"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเทพมนตรี ศิริบุรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43, 157

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4), 157 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 1 ปี ให้นำโทษจำคุก 8 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2877/2547 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ (ที่ถูกต้องปรับบทประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก มาด้วย) รวมเป็นโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยมีอาชีพรับจ้างขับรถมา 10 ปี แล้ว จำเลยย่อมทราบดีว่าผู้ขับรถจะต้องพักผ่อนให้เพียงพอ มิฉะนั้น อาจเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายแก่ตัวเองและผู้อื่นได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่ได้พักผ่อนแล้วยังฝืนขับรถในระยะทางไกลจึงเป็นความประมาทร้ายแรงของจำเลย ซึ่งจำเลยได้วูบหลับไป เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างมากทั้งชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น แม้จำเลยมีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวและได้พยายามบรรเทาความเสียหายแล้ว ก็ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะลงโทษจำคุกจำเลยให้เบาลงอีก และรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่คดีนี้แม้ศาลจะลงโทษจำคุกจำเลย แต่เป็นความผิดที่จำเลยกระทำโดยประมาท จึงไม่อาจต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58 วรรคแรก ที่จะนำโทษจำคุกของจำเลยที่รอการลงโทษไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 นำโทษจำคุกที่จำเลยรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2877/2547 ของจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ จึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2877/2547 ของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ มาบวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้ คงให้จำคุกจำเลย 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000685.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550