คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2549 ฉบับเต็ม

#267731
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2603/2549 นายวิสิฐ ทักษไพบูลย์ โจทก์ นายมนต์ชัย วงศ์เกษมสมบัติ จำเลย พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 6 วรรคสอง (1), มาตรา 6 วรรคสอง (3), มาตรา 65 ทวิ (1), มาตรา 65 ทศ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรของจำเลยโดยกล่าวอ้างว่า การประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรของจำเลยไม่เป็นการประดิษฐ์ใหม่เนื่องจากเหมือนกับการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ และเหมือนกับการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ. 28 ที่โจทก์ได้นำออกจำหน่ายอยู่ก่อนแล้วก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตร เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรของจำเลยแตกต่างจากการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ในสาระสำคัญ การประดิษฐ์ที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตรจึงไม่ใช่งานที่ปรากฏอยู่แล้วตาม พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 65 ทศ ประกอบด้วยมาตรา 6 วรรคสอง (3) แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ. 28 เหมือนกับการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรของจำเลย แต่โจทก์นำสืบเพียงว่าโจทก์ได้โฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ตามสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของโจทก์ในนิตยสารก่อนวันที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตร หาใช่โฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ. 28 ไม่ ทั้งการโฆษณาดังกล่าวก็ไม่มีผลทำให้การประดิษฐ์ที่โฆษณาเป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักร พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า โจทก์นำการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ. 28 ออกจำหน่ายโดยแพร่หลายก่อนวันที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตร อันจะทำให้วัตถุพยานหมาย จ. 28 เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้วตามมาตรา 65 ทศ ประกอบด้วยมาตรา 6 วรรคสอง (1) การประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรของจำเลยจึงเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ตาม พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 มาตรา 65 ทวิ (1) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 579 ของจำเลย โดยให้มีคำสั่งไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ดำเนินการเพิกถอนอนุสิทธิบัตรดังกล่าว หากกรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ดำเนินการเพิกถอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนกับห้ามไม่ให้จำเลยกระทำการกีดกั้นทางการค้าหรือขัดขวางการผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ และให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 6,734,517.99 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,690,350 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นค่าขาดประโยชน์วันละ 420,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะหยุดทำการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 579 เลขที่คำขอ 0103000334 ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ "อุปกรณ์แม่กุญแจล็อคก้านเบรคและก้านคลัตซ์รถยนต์" ของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้เป็นพับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องว่า การประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ.28 เป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตรหรือไม่ เห็นว่า ในปัญหานี้เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรของจำเลยไม่เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับการประดิษฐ์ที่โจทก์ได้นำออกจำหน่ายอยู่ก่อนแล้วก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตร โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์และต้องนำสืบให้เห็นว่าโจทก์ได้นำการประดิษฐ์ดังกล่าวออกจำหน่ายโดยแพร่หลายก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตร แต่โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานใดให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยโจทก์นำสืบแต่เพียงว่าโจทก์ได้โฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ของโจทก์ในนิตยสารตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.21 ก่อนวันที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเท่านั้น แต่ตามโฆษณาดังกล่าวนั้นโจทก์ก็เพียงโฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ที่โจทก์ได้รับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์เท่านั้น หาใช่การโฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ.28 ไม่ ทั้งการโฆษณาดังกล่าวก็หาอาจมีผลทำให้การประดิษฐ์ที่โฆษณาซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือพิมพ์ในราชอาณาจักรเป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรไม่ ส่วนจำเลยนำสืบโต้แย้งว่าโจทก์ได้นำการประดิษฐ์ที่มีลักษณะการประดิษฐ์เหมือนกับการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิของจำเลยออกจำหน่ายหลังจากจำเลยได้รับอนุสิทธิบัตรแล้ว ในเดือนกรกฎาคม 2544 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกับที่จำเลยได้ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรโจทก์ได้โฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ของโจทก์ในนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์ตามเอกสารหมาย ล.23 และ ล.24 แต่ก็ยังคงเป็นการประดิษฐ์ที่โจทก์ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์เท่านั้น หาใช่การประดิษฐ์ที่มีลักษณะการประดิษฐ์เหมือนกับการประดิษฐ์ที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตรไม่ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่า โจทก์ได้นำการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ.28 ออกจำหน่ายโดยแพร่หลายก่อนที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตร การประดิษฐ์ที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรจึงเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 65 ทวิ (1) หาใช่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้วเนื่องจากเป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรตามมาตรา 65 ทศ ประกอบด้วย มาตรา 6 วรรคสอง (1) ไม่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 579 ของจำเลยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ.ก (พรเพชร วิชิตชลชัย-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-สมศักดิ์ เนตรมัย) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายนพดล กิติกัมรา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267731
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายนพดล กิติกัมรา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082024826"
    }
}
date
2549
deka_no
2603/2549
deka_running_no
2603
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พรเพชร วิชิตชลชัย",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 6 วรรคสอง (1)",
            "ม. 6 วรรคสอง (3)",
            "ม. 65 ทวิ (1)",
            "ม. 65 ทศ"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิสิฐ ทักษไพบูลย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมนต์ชัย วงศ์เกษมสมบัติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 579 ของจำเลย โดยให้มีคำสั่งไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญาให้ดำเนินการเพิกถอนอนุสิทธิบัตรดังกล่าว หากกรมทรัพย์สินทางปัญญาไม่ดำเนินการเพิกถอนให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาแทนกับห้ามไม่ให้จำเลยกระทำการกีดกั้นทางการค้าหรือขัดขวางการผลิตภัณฑ์ตามสิทธิบัตรของโจทก์ และให้บังคับจำเลยชดใช้เงินจำนวน 6,734,517.99 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,690,350 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นค่าขาดประโยชน์วันละ 420,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะหยุดทำการละเมิดต่อโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง พิพากษาให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 579 เลขที่คำขอ 0103000334 ชื่อที่แสดงถึงการประดิษฐ์ "อุปกรณ์แม่กุญแจล็อคก้านเบรคและก้านคลัตซ์รถยนต์" ของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้เป็นพับคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องว่า การประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ.28 เป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตรหรือไม่ เห็นว่า ในปัญหานี้เมื่อโจทก์กล่าวอ้างว่าการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิบัตรของจำเลยไม่เป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับการประดิษฐ์ที่โจทก์ได้นำออกจำหน่ายอยู่ก่อนแล้วก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตร โจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์และต้องนำสืบให้เห็นว่าโจทก์ได้นำการประดิษฐ์ดังกล่าวออกจำหน่ายโดยแพร่หลายก่อนวันที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตร แต่โจทก์ก็ไม่ได้นำสืบพยานหลักฐานใดให้ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยโจทก์นำสืบแต่เพียงว่าโจทก์ได้โฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ของโจทก์ในนิตยสารตามเอกสารหมาย จ.5 และ จ.21 ก่อนวันที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรเท่านั้น แต่ตามโฆษณาดังกล่าวนั้นโจทก์ก็เพียงโฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ที่โจทก์ได้รับอนุสิทธิบัตรการประดิษฐ์เท่านั้น หาใช่การโฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ.28 ไม่ ทั้งการโฆษณาดังกล่าวก็หาอาจมีผลทำให้การประดิษฐ์ที่โฆษณาซึ่งเป็นการประดิษฐ์ที่ได้เปิดเผยสาระสำคัญหรือรายละเอียดในเอกสารหรือพิมพ์ในราชอาณาจักรเป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรไม่ ส่วนจำเลยนำสืบโต้แย้งว่าโจทก์ได้นำการประดิษฐ์ที่มีลักษณะการประดิษฐ์เหมือนกับการประดิษฐ์ตามอนุสิทธิของจำเลยออกจำหน่ายหลังจากจำเลยได้รับอนุสิทธิบัตรแล้ว ในเดือนกรกฎาคม 2544 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาเดียวกับที่จำเลยได้ยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรโจทก์ได้โฆษณาจำหน่ายการประดิษฐ์ของโจทก์ในนิตยสารเกี่ยวกับรถยนต์ตามเอกสารหมาย ล.23 และ ล.24 แต่ก็ยังคงเป็นการประดิษฐ์ที่โจทก์ได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์เท่านั้น หาใช่การประดิษฐ์ที่มีลักษณะการประดิษฐ์เหมือนกับการประดิษฐ์ที่จำเลยขอรับอนุสิทธิบัตรไม่ พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาจึงไม่มีน้ำหนักให้รับฟังว่า โจทก์ได้นำการประดิษฐ์ตามวัตถุพยานหมาย จ.28 ออกจำหน่ายโดยแพร่หลายก่อนที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตร การประดิษฐ์ที่จำเลยยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรจึงเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ตามพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 65 ทวิ (1) หาใช่เป็นงานที่ปรากฏอยู่แล้วเนื่องจากเป็นการประดิษฐ์ที่มีหรือใช้แพร่หลายอยู่แล้วในราชอาณาจักรก่อนวันยื่นคำขอรับอนุสิทธิบัตรตามมาตรา 65 ทศ ประกอบด้วย มาตรา 6 วรรคสอง (1) ไม่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนอนุสิทธิบัตรเลขที่ 579 ของจำเลยนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ.ก
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000756.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549