คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1169/2550 ฉบับเต็ม

#267734
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1169/2550 นางเหรียญทอง วงค์ทิพย์ โจทก์ บริษัท เจ็ดริน โปรเจ็ค แพลน จำกัด กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 901, มาตรา 987 ป.วิ.พ. มาตรา 142 โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดตามเช็คพิพาท โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 นำข้อเท็จจริงตามบันทึกที่ระบุว่าในกรณีที่เช็คถึงกำหนดชำระแล้วไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขอยอมรับผิดชอบค่าเสียหายต่อผู้ทรงเช็คในฐานะส่วนตัวมาพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดตามเช็คพิพาทกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องไม่ชอบด้วยป.วิ.พ. มาตรา 142 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,609,062 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทให้โจทก์จริง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นกรรมการมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะส่วนตัว โจทก์ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารโดยเป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา จำเลยทั้งสามจึงมีสิทธิยึดหน่วงที่จะไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็ค สัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารโจทก์จำเลยที่ 1 ยกเลิกแล้ว เช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่จำเลยที่ 1 ออกชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว เช็คพิพาทจึงไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,609,062 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ค่าธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,609,062 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ด้วยหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดตามเช็คพิพาท และข้อเท็จจริงก็รับฟังยุติว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คของจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายในนามจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์เองก็นำสืบว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายชำระหนี้ค่าก่อสร้างทาวน์เฮาส์ตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 กรณีจึงถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทในฐานะเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่จำต้องรับผิดตามเช็คเป็นส่วนตัวต่อโจทก์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 นำข้อเท็จจริงตามบันทึกการมอบเช็คที่ระบุว่าในกรณีที่เช็คถึงกำหนดชำระแล้วไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขอยอมรับผิดชอบค่าเสียหายต่อผู้ทรงเช็คในฐานะส่วนตัวมาพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดตามเช็คพิพาทกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์นั้น จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5. (โนรี จันทร์ทร-ธนพจน์ อารยลักษณ์-ศุภชัย สมเจริญ) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายปิยะสันต์ กาววิไล ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายณรงค์ ธนะปกรณ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267734
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นายปิยะสันต์ กาววิไล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายณรงค์ ธนะปกรณ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082018603"
    }
}
date
2550
deka_no
1169/2550
deka_running_no
1169
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "ธนพจน์ อารยลักษณ์",
    "ศุภชัย สมเจริญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 901",
            "ม. 987"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางเหรียญทอง วงค์ทิพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท เจ็ดริน โปรเจ็ค แพลน จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,609,062 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทให้โจทก์จริง จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นกรรมการมีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัทกระทำการแทนจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ที่ 3 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในฐานะส่วนตัว โจทก์ไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารโดยเป็นฝ่ายผิดนัดผิดสัญญา จำเลยทั้งสามจึงมีสิทธิยึดหน่วงที่จะไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็ค สัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารโจทก์จำเลยที่ 1 ยกเลิกแล้ว เช็คพิพาทไม่ใช่เช็คที่จำเลยที่ 1 ออกชำระหนี้ตามสัญญาดังกล่าว เช็คพิพาทจึงไม่มีมูลหนี้ โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 1,609,062 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 ซึ่งเป็นวันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 10,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ค่าธรรมเนียมในส่วนของจำเลยที่ 2 ที่ 3 ให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,609,062 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 1,500,000 บาท นับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 5,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้แก่โจทก์ด้วยหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดตามเช็คพิพาท และข้อเท็จจริงก็รับฟังยุติว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คของจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายในนามจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์เองก็นำสืบว่าเช็คพิพาทเป็นเช็คที่จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายชำระหนี้ค่าก่อสร้างทาวน์เฮาส์ตามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างอาคารระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 กรณีจึงถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ลงลายมือชื่อในเช็คพิพาทในฐานะเป็นผู้แทนของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงไม่จำต้องรับผิดตามเช็คเป็นส่วนตัวต่อโจทก์ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 นำข้อเท็จจริงตามบันทึกการมอบเช็คที่ระบุว่าในกรณีที่เช็คถึงกำหนดชำระแล้วไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ จำเลยที่ 2 และที่ 3 ขอยอมรับผิดชอบค่าเสียหายต่อผู้ทรงเช็คในฐานะส่วนตัวมาพิพากษาให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดตามเช็คพิพาทกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์นั้น จึงเป็นการวินิจฉัยข้อเท็จจริงนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ศาลฎีกาจึงไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000700.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550