คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2549 ฉบับเต็ม

#267745
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5131/2549 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายพลเทพ สุ่มมาตย์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 จำเลยได้นำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ดและที่ศาลชั้นต้นเพื่อใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท คืนแก่ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ย่อมเป็นแต่เพียงการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี ไม่เป็นการยอมความตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (2) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2546 ทั้งเวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยซึ่งเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน ราคา 64,000 บาท ของห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชาพานิชย์ร้อยเอ็ด ผู้เสียหาย และรับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจากผู้เสียหายไปไว้ในครอบครองของจำเลยแล้ว ได้เบียดบังเอารถจักรยานยนต์เป็นของตนแล้วนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้มีชื่อโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยได้นำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ดและที่ศาลชั้นต้นเพื่อใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว มูลเหตุในการฟ้องร้องดำเนินคดีสิ้นสุดลง สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับนั้น เห็นว่า การที่จำเลยวางเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อใช้ราคาทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ดังนั้น ย่อมเป็นแต่เพียงการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี ไม่เป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป" พิพากษายืน. (องอาจ โรจนสุพจน์-เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สถิตย์ อรรถบลยุคล) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ การยอมความในคดีอาญาที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แม้จะไม่ใช่การทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ก็ตาม ก็ต้องเป็นการกระทำของผู้เสียหายหรือผู้เสียหายทำร่วมกับจำเลย แต่การที
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267745
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082022530"
    }
}
date
2549
deka_no
5131/2549
deka_running_no
5131
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "องอาจ โรจนสุพจน์",
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สถิตย์ อรรถบลยุคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพลเทพ สุ่มมาตย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 เวลากลางวัน ถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2546 ทั้งเวลากลางคืนและกลางวันต่อเนื่องกัน วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยซึ่งเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน ราคา 64,000 บาท ของห้างหุ้นส่วนจำกัดปรีชาพานิชย์ร้อยเอ็ด ผู้เสียหาย และรับรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวจากผู้เสียหายไปไว้ในครอบครองของจำเลยแล้ว ได้เบียดบังเอารถจักรยานยนต์เป็นของตนแล้วนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้มีชื่อโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยได้นำเงินไปวางที่สำนักงานบังคับคดีจังหวัดร้อยเอ็ดและที่ศาลชั้นต้นเพื่อใช้ราคาทรัพย์จำนวน 52,500 บาท แก่ผู้เสียหายครบถ้วนแล้ว มูลเหตุในการฟ้องร้องดำเนินคดีสิ้นสุดลง สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ย่อมระงับนั้น เห็นว่า การที่จำเลยวางเงินจำนวนดังกล่าวเพื่อใช้ราคาทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายไม่ได้ตกลงยินยอมด้วย ดังนั้น ย่อมเป็นแต่เพียงการบรรเทาผลร้ายแห่งคดี ไม่เป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับไป"

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
การยอมความในคดีอาญาที่จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) แม้จะไม่ใช่การทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ก็ตาม ก็ต้องเป็นการกระทำของผู้เสียหายหรือผู้เสียหายทำร่วมกับจำเลย แต่การที
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000735.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549