คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2549 ฉบับเต็ม

#267759
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1794/2549 นายพิพัฒน์ หาญพิพัฒน์พาณิชย์ โจทก์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลย พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 6 (3), มาตรา 13 เครื่องหมายการค้ารูปและคำว่า "ยาสตรีนิสิงเหจอมทอง" กับเครื่องหมายการค้าคำว่า "ยาสตรีสิงเห" มีการเรียกขาน และรูปลักษณะที่คล้ายกัน เมื่อเป็นการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับสินค้าจำพวกเดียวกันจึงอาจทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้าได้ ส่วนความแตกต่างอื่น เช่นคำว่า "จอมทอง" ก็มีขนาดเล็ก ไม่เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้า เช่นเดียวกับความแตกต่างของข้อความประกอบเครื่องหมายการค้าว่า "สำหรับช่วยในการอยู่ไฟ" และ "ยาแผนโบราณสำหรับแทนการอยู่ไฟ" รวมทั้งโบ และวงกลมประกอบด้านล่างซึ่งมีอักษรอยู่ภายในหาใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้สาธารณชนสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าได้ จึงมิใช่สาระสำคัญแห่งเครื่องหมายการค้าเช่นกัน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 279291 ของโจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในเรื่องของความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามฟ้องกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วนั้นเป็นเพียงในส่วนของรายละเอียด เมื่อพิจารณาถึงภาพรวมในสาระสำคัญไม่ว่าจะเป็นใบสลากรูปยันต์ หรือรูปผู้หญิงอยู่ในวงกลม และส่วนอื่นๆ ของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแล้ว เห็นว่า การเรียกขานก็ดี รูปลักษณะก็ดี เป็นไปในลักษณะที่คล้ายกัน โจทก์เองก็หาได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านว่าข้อแตกต่างเหล่านั้นเป็นสาระสำคัญในอันจะทำให้เครื่องหมายการค้าของโจทก์แตกต่างจากเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วอย่างไร เพียงแต่ยืนยันความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเช่นเดิม ซึ่งในเรื่องของการเรียกขานนั้น ความแตกต่างในจำนวนพยางค์ที่เรียกขานนับเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย เนื่องจากทางนำสืบของโจทก์เองก็แสดงอยู่ว่า สาธารณชนไม่ได้เรียกขานชื่อสินค้าครบทุกพยางค์ คงเรียกชื่อสั้นๆ เท่านั้น ทั้งการเรียกขานส่วนที่เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังพ้องกับการเรียกขานในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วด้วย ส่วนรูปลักษณะของเครื่องหมายการค้า เช่น รูปมารดาของโจทก์ แม้จะเป็นภาพเฉพาะ แต่เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ 78966 ก็ปรากฏภาพผู้หญิงอยู่เช่นกัน สำหรับรูปลักษณะอื่น เช่น คำว่า "จอมทอง" ก็มีขนาดเล็กกว่าคำว่า "ยาสตรีนิสิงเห" ทำให้ไม่เป็นสาระสำคัญในเครื่องหมายการค้าแต่อย่างใด คำว่า "สำหรับช่วยในการอยู่ไฟ" ก็ไม่แตกต่างในสาระสำคัญจากข้อความว่า "ยาแผนโบราณสำหรับแทนการอยู่ไฟ" รวมทั้งรูปโบและวงกลมด้านล่างซึ่งมีอักษรอยู่ภายใน ก็ไม่ใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้สาธารณชนแยกแยะความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าได้ นอกจากนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ก็ไม่ปรากฏเหตุผลที่ชัดเจนในการใช้รูปลักษณะของเครื่องหมายการค้าเป็นภาพผู้หญิง รูปโบที่มีข้อความใกล้เคียงกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ตลอดวงกลมด้านล่างซึ่งมีอักษรอยู่ภายใน เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่า เครื่องหมายการค้าดังกล่าวใช้สำหรับสินค้าในประเภทเดียวกัน ย่อมจะทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดได้ โดยเฉพาะในกรณีที่สาธารณชนไม่ทราบถึงการเรียกขานที่แตกต่างกันสำหรับสินค้าของแต่ละเจ้าของตามที่โจทก์นำสืบมาหรือในกรณีที่สาธารณชนไม่ได้นำสินค้ามาพิจารณาเปรียบเทียบในรายละเอียดพร้อมๆ กัน อนึ่งข้อฎีกาของโจทก์ในกรณีที่ว่าสาธารณชนไม่สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้านั้น พยานโจทก์ เช่น นายเสงี่ยม และนายสารทิตย์ ต่างเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านในทำนองเดียวกันว่าอาจเกิดความสับสนขึ้นได้ สำหรับฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลแขวงตลิ่งชัน ในคดีหมายเลขดำที่ 1514/2534 หมายเลขแดงที่ 7677/2535 นั้น ก็ไม่อาจนำมาใช้ในคดีนี้ได้ เพราะคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานเลียนเครื่องหมายการค้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 ซึ่งมีคู่ความและประเด็นที่ต้องพิจารณาแตกต่างจากคดีนี้ ทั้งหลักเกณฑ์การรับฟังพยานหลักฐานในคดีอาญาย่อมจะแตกต่างจากการรับฟังพยานหลักฐานในคดีแพ่งด้วย ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (พิชิต คำแฝง-สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-อุดมศักดิ์ นิติมนตรี) ศาลแพ่ง - นายประสิทธิ์ ศักดิ์ศรีมณีกูล ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267759
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายประสิทธิ์ ศักดิ์ศรีมณีกูล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวัชรินทร์ สุขเกื้อ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082025353"
    }
}
date
2549
deka_no
1794/2549
deka_running_no
1794
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "อุดมศักดิ์ นิติมนตรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 6 (3)",
            "ม. 13"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายพิพัฒน์ หาญพิพัฒน์พาณิชย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "กรมทรัพย์สินทางปัญญา"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 279291 ของโจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์เพียงประการเดียวว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่ เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยชัดแจ้งแล้วว่า ข้อกล่าวอ้างของโจทก์ในเรื่องของความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าของโจทก์ตามฟ้องกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วนั้นเป็นเพียงในส่วนของรายละเอียด เมื่อพิจารณาถึงภาพรวมในสาระสำคัญไม่ว่าจะเป็นใบสลากรูปยันต์ หรือรูปผู้หญิงอยู่ในวงกลม และส่วนอื่นๆ ของเครื่องหมายการค้าดังกล่าวแล้ว เห็นว่า การเรียกขานก็ดี รูปลักษณะก็ดี เป็นไปในลักษณะที่คล้ายกัน โจทก์เองก็หาได้ฎีกาโต้แย้งคัดค้านว่าข้อแตกต่างเหล่านั้นเป็นสาระสำคัญในอันจะทำให้เครื่องหมายการค้าของโจทก์แตกต่างจากเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วอย่างไร เพียงแต่ยืนยันความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าดังกล่าวเช่นเดิม ซึ่งในเรื่องของการเรียกขานนั้น ความแตกต่างในจำนวนพยางค์ที่เรียกขานนับเป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อย เนื่องจากทางนำสืบของโจทก์เองก็แสดงอยู่ว่า สาธารณชนไม่ได้เรียกขานชื่อสินค้าครบทุกพยางค์ คงเรียกชื่อสั้นๆ เท่านั้น ทั้งการเรียกขานส่วนที่เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังพ้องกับการเรียกขานในส่วนที่เป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วด้วย ส่วนรูปลักษณะของเครื่องหมายการค้า เช่น รูปมารดาของโจทก์ แม้จะเป็นภาพเฉพาะ แต่เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ 78966 ก็ปรากฏภาพผู้หญิงอยู่เช่นกัน สำหรับรูปลักษณะอื่น เช่น คำว่า "จอมทอง" ก็มีขนาดเล็กกว่าคำว่า "ยาสตรีนิสิงเห" ทำให้ไม่เป็นสาระสำคัญในเครื่องหมายการค้าแต่อย่างใด คำว่า "สำหรับช่วยในการอยู่ไฟ" ก็ไม่แตกต่างในสาระสำคัญจากข้อความว่า "ยาแผนโบราณสำหรับแทนการอยู่ไฟ" รวมทั้งรูปโบและวงกลมด้านล่างซึ่งมีอักษรอยู่ภายใน ก็ไม่ใช่สาระสำคัญถึงขนาดที่จะทำให้สาธารณชนแยกแยะความแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าได้ นอกจากนี้ พยานหลักฐานของโจทก์ก็ไม่ปรากฏเหตุผลที่ชัดเจนในการใช้รูปลักษณะของเครื่องหมายการค้าเป็นภาพผู้หญิง รูปโบที่มีข้อความใกล้เคียงกับเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ตลอดวงกลมด้านล่างซึ่งมีอักษรอยู่ภายใน เมื่อพิจารณาประกอบกับข้อเท็จจริงที่ว่า เครื่องหมายการค้าดังกล่าวใช้สำหรับสินค้าในประเภทเดียวกัน ย่อมจะทำให้สาธารณชนสับสนหรือหลงผิดได้ โดยเฉพาะในกรณีที่สาธารณชนไม่ทราบถึงการเรียกขานที่แตกต่างกันสำหรับสินค้าของแต่ละเจ้าของตามที่โจทก์นำสืบมาหรือในกรณีที่สาธารณชนไม่ได้นำสินค้ามาพิจารณาเปรียบเทียบในรายละเอียดพร้อมๆ กัน อนึ่งข้อฎีกาของโจทก์ในกรณีที่ว่าสาธารณชนไม่สับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือแหล่งกำเนิดของสินค้านั้น พยานโจทก์ เช่น นายเสงี่ยม และนายสารทิตย์ ต่างเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านในทำนองเดียวกันว่าอาจเกิดความสับสนขึ้นได้ สำหรับฎีกาของโจทก์เกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลแขวงตลิ่งชัน ในคดีหมายเลขดำที่ 1514/2534 หมายเลขแดงที่ 7677/2535 นั้น ก็ไม่อาจนำมาใช้ในคดีนี้ได้ เพราะคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานเลียนเครื่องหมายการค้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 274 ซึ่งมีคู่ความและประเด็นที่ต้องพิจารณาแตกต่างจากคดีนี้ ทั้งหลักเกณฑ์การรับฟังพยานหลักฐานในคดีอาญาย่อมจะแตกต่างจากการรับฟังพยานหลักฐานในคดีแพ่งด้วย ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วยฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000761.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549