คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7573/2549 ฉบับเต็ม

#267830
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7573/2549 บริษัทวิริยะลีสซิ่ง จำกัด โจทก์ นายศุภชัย วิวัฒนกิจ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 148 มูลคดีนี้เกิดจากที่โจทก์ยึดรถคืนมาได้โดยรถไม่อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ซึ่งตามคำพิพากษาคดีก่อนให้จำเลยส่งมอบแก่โจทก์ในสภาพดี และราคาที่โจทก์ขายได้ก็ต่ำกว่าราคาที่ศาลกำหนดให้จำเลยใช้แทนอยู่ 370,000 บาท โจทก์จึงฟ้องจำเลยขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ดังนี้ ความเสียหายของโจทก์ตามคำฟ้องคดีนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำพิพากษาในคดีก่อนแล้ว คำขอให้บังคับต่างกัน และมิใช่ประเด็นที่ศาลในคดีก่อนได้วินิจฉัยแล้วโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน แต่เป็นมูลหนี้อันใหม่และอาศัยเหตุใหม่ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อที่ศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 2674/2542 และศาลมีคำพิพากษาแล้ว ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคา 850,000 บาท หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ยึดรถกลับคืนมาในสภาพทรุดโทรมใช้การไม่ได้ ขายได้ในราคาเพียง 480,000 บาท ทำให้ยังขาดราคาอยู่ 370,000 บาท โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้เงิน 370,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ให้การว่า มูลหนี้ตามฟ้องเดิมกับมูลหนี้คดีนี้เป็นมูลคดีเดียวกัน ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "เห็นว่ามูลคดีนี้เกิดจากที่โจทก์ยึดรถคืนมาได้ไม่อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ซึ่งตามคำพิพากษาคดีก่อนให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถแก่โจทก์ในสภาพดีและราคารถที่โจทก์ขายได้ก็ต่ำกว่าราคาที่ศาลกำหนดให้จำเลยทั้งสองใช้แทนอยู่ 370,000 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ดังนี้ ความเสียหายของโจทก์ตามคำฟ้องคดีนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำพิพากษาในคดีก่อนแล้ว คำขอให้บังคับตามคำฟ้องคดีนี้กับคำขอให้บังคับตามคำฟ้องคดีก่อนต่างกัน และมิใช่ประเด็นที่ศาลในคดีก่อนได้วินิจฉัยแล้วโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน แต่เป็นมูลหนี้อันใหม่และอาศัยเหตุใหม่ คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ว่าเป็นฟ้องซ้ำนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ขึ้น" พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่. (เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์-สุรพล เจียมจูไร-สถิตย์ ทาวุฒิ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267830
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020889"
    }
}
date
2549
deka_no
7573/2549
deka_running_no
7573
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์",
    "สุรพล เจียมจูไร",
    "สถิตย์ ทาวุฒิ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 148"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะลีสซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายศุภชัย วิวัฒนกิจ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดตามสัญญาเช่าซื้อที่ศาลแพ่ง คดีหมายเลขดำที่ 2674/2542 และศาลมีคำพิพากษาแล้ว ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคา 850,000 บาท หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ยึดรถกลับคืนมาในสภาพทรุดโทรมใช้การไม่ได้ ขายได้ในราคาเพียง 480,000 บาท ทำให้ยังขาดราคาอยู่ 370,000 บาท โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันใช้เงิน 370,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 ให้การว่า มูลหนี้ตามฟ้องเดิมกับมูลหนี้คดีนี้เป็นมูลคดีเดียวกัน ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ วรรคหนึ่ง

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "เห็นว่ามูลคดีนี้เกิดจากที่โจทก์ยึดรถคืนมาได้ไม่อยู่ในสภาพใช้การได้ดี ซึ่งตามคำพิพากษาคดีก่อนให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถแก่โจทก์ในสภาพดีและราคารถที่โจทก์ขายได้ก็ต่ำกว่าราคาที่ศาลกำหนดให้จำเลยทั้งสองใช้แทนอยู่ 370,000 บาท จึงขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย ดังนี้ ความเสียหายของโจทก์ตามคำฟ้องคดีนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลมีคำพิพากษาในคดีก่อนแล้ว คำขอให้บังคับตามคำฟ้องคดีนี้กับคำขอให้บังคับตามคำฟ้องคดีก่อนต่างกัน และมิใช่ประเด็นที่ศาลในคดีก่อนได้วินิจฉัยแล้วโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน แต่เป็นมูลหนี้อันใหม่และอาศัยเหตุใหม่ คำฟ้องของโจทก์ในคดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้ว่าเป็นฟ้องซ้ำนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ขึ้น"

พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000720.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549