คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8200/2549 ฉบับเต็ม

#267861
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8200/2549 การประปาส่วนภูมิภาค โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดรศิริสมบูรณ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 230 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ภายใน 7 วัน เพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้น ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 230 วรรคสาม การที่จำเลยมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณารับรองให้อุทธรณ์ข้อเท็จจริงจึงไม่ชอบด้วยบทกฎหมายดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 27,920.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มีนาคม 2545 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า การรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาดังกล่าวรับรองอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามได้ ทั้งขณะจำเลยทั้งสามยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามมิได้มีคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 รับรอง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เพื่อรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามแล้ว ในกรณีเช่นนี้จำเลยทั้งสามชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ภายใน 7 วัน เพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 230 วรรคสาม การที่จำเลยทั้งสามมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-เรวัตร อิศราภรณ์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267861
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020433"
    }
}
date
2549
deka_no
8200/2549
deka_running_no
8200
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "เรวัตร อิศราภรณ์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 230"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "การประปาส่วนภูมิภาค"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุดรศิริสมบูรณ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 27,920.39 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 18 มีนาคม 2545 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งว่า การรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงเป็นดุลพินิจโดยเฉพาะของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่อาจสั่งให้ผู้พิพากษาดังกล่าวรับรองอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามได้ ทั้งขณะจำเลยทั้งสามยื่นคำฟ้องอุทธรณ์ จำเลยทั้งสามมิได้มีคำร้องขอให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ จึงไม่มีเหตุที่จะส่งอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 รับรอง ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 เพื่อรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงแล้ว แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามแล้ว ในกรณีเช่นนี้จำเลยทั้งสามชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นถึงอธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ภายใน 7 วัน เพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลชั้นต้นตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 230 วรรคสาม การที่จำเลยทั้งสามมีคำขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ส่งคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามไปให้อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 พิจารณาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000716.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549