คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8457/2549 ฉบับเต็ม

#267866
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8457/2549 นางสาวสาลินี ไกรแสงศรี โจทก์ นางอัจฉรา ชวางกูร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142, มาตรา 234, มาตรา 249 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 จำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ภายในวันที่ 15 สิงหาคม 2544 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2545 เกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ มาตรา 246 และมาตรา 247 และถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา ตามมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 89049 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ (เมือง) จังหวัดสมุทรปราการและบ้านเลขที่ 100/260 หมู่ที่ 5 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและบ้านดังกล่าวให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท วันที่ 4 กรกฎาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่า จำเลยมอบอำนาจให้นายจตุรงค์ แสงเงิน ดำเนินคดีแทน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2544 จำเลยเดินทางไปทำงานที่ประเทศไอร์แลนด์และเดินทางกลับประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2545 จึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จำเลยเพิ่งทราบจากบุตรของจำเลยว่าถูกฟ้องเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2545 จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เกินกำหนดเวลาตามมาตรา 199 จัตวา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีแทน ทนายจำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้จำเลย จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 เพราะไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนเกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีแทน ทนายจำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ โดยต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ซึ่งครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ 15 สิงหาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบ มาตรา 246 และมาตรา 247 และถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาของจำเลยให้คืนค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์จำนวน 40 บาท และค่าขึ้นศาลฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์-บุญรอด ตันประเสริฐ-ชัชลิต ละเอียด) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267866
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082020219"
    }
}
date
2549
deka_no
8457/2549
deka_running_no
8457
deka_year
2549
department
แผนก
judges
[
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์",
    "บุญรอด ตันประเสริฐ",
    "ชัชลิต ละเอียด"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142",
            "ม. 234",
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาวสาลินี ไกรแสงศรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอัจฉรา ชวางกูร"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 89049 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ (เมือง) จังหวัดสมุทรปราการและบ้านเลขที่ 100/260 หมู่ที่ 5 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและบ้านดังกล่าวให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

วันที่ 4 กรกฎาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่โดยอ้างว่า จำเลยมอบอำนาจให้นายจตุรงค์ แสงเงิน ดำเนินคดีแทน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2544 จำเลยเดินทางไปทำงานที่ประเทศไอร์แลนด์และเดินทางกลับประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายน 2545 จึงไม่ทราบว่าถูกฟ้อง จำเลยเพิ่งทราบจากบุตรของจำเลยว่าถูกฟ้องเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2545 จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ตามคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ จำเลยยื่นคำขอให้พิจารณาใหม่เกินกำหนดเวลาตามมาตรา 199 จัตวา ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่ปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีแทน ทนายจำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น จึงไม่รับอุทธรณ์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ให้จำเลย

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2545 เพราะไม่ปรากฏหลักฐานในสำนวนเกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจดำเนินคดีแทน ทนายจำเลยจึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่และยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น หากจำเลยไม่เห็นด้วยกับคำสั่งศาลชั้นต้นดังกล่าวจำเลยชอบที่จะยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ โดยต้องนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ซึ่งครบกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ในวันที่ 15 สิงหาคม 2545 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2545 จึงเป็นการยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกินกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบที่จะปฏิเสธไม่รับวินิจฉัยให้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยจึงเป็นการไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบ มาตรา 246 และมาตรา 247 และถือไม่ได้ว่าฎีกาของจำเลยเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 1 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 และยกฎีกาของจำเลยให้คืนค่าคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์จำนวน 40 บาท และค่าขึ้นศาลฎีกาแก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000714.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2549