คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4311/2550 ฉบับเต็ม

#267872
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4311/2550 นายกาเด็ด ขันธวิธิ กับพวก โจทก์ นางสาวบุญเดิมหรือเติม สลามซอ โดยนางประคอง ศรีเกิดสุข ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง คดีฟ้องขับไล่จำเลยในฐานะผู้เช่าออกจากที่ดินอันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพียงปีละ 100 บาท ไม่มีการต่อสู้กรรมสิทธิ์ อุทธรณ์และฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่ามีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ได้หรือไม่เพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 6 ตำบลลุมพี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6167 ตำบลลุมพี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นของโจทก์ทั้งห้า คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งห้ายื่นคำร้องขอบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยให้รอผลคดีหมายเลขดำที่ 133/2546 ของศาลปกครองกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งห้าไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินซึ่งโจทก์ได้ให้จำเลยเช่าโดยตกลงเช่ากันปีละ 100 บาท และโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยให้การต่อสู้ว่ามิได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของวัดนก (ร้าง) ซึ่งเป็นศาสนสมบัติของกรมการศาสนา มิใช่ของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์จริงและได้ลงลายมือชื่อให้ไว้ในสัญญาเช่า จึงพิพากษาขับไล่จำเลย คำพิพากษาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยในฐานะผู้เช่าออกจากที่ดินของโจทก์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพียงปีละ 100 บาท ไม่มีการต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ อุทธรณ์และฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่า มีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ได้หรือไม่ เพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งในชั้นอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา แม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งรับฎีกาของจำเลยก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา นอกจากนี้ให้เป็นพับ. (สมศักดิ์ จันทรา-ชาลี ทัพภวิมล-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นางสาวณัชชา น้อยเชื้อเวียง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมชาย สินเกษม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
267872
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา",
        "judge": "นางสาวณัชชา น้อยเชื้อเวียง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสมชาย สินเกษม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082016499"
    }
}
date
2550
deka_no
4311/2550
deka_running_no
4311
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "ชาลี ทัพภวิมล",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 224 วรรคสอง",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายกาเด็ด ขันธวิธิ กับพวก"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางสาวบุญเดิมหรือเติม สลามซอ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "โดยนางประคอง ศรีเกิดสุข ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อถอนบ้านเลขที่ 21 หมู่ที่ 6 ตำบลลุมพี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมทั้งขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 6167 ตำบลลุมพี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นของโจทก์ทั้งห้า คดีถึงที่สุด จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ทั้งห้ายื่นคำร้องขอบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี

จำเลยยื่นคำร้องขอให้งดการบังคับคดีโดยให้รอผลคดีหมายเลขดำที่ 133/2546 ของศาลปกครองกลาง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ทั้งห้าไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินซึ่งโจทก์ได้ให้จำเลยเช่าโดยตกลงเช่ากันปีละ 100 บาท และโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าแล้ว จำเลยให้การต่อสู้ว่ามิได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์ ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินของวัดนก (ร้าง) ซึ่งเป็นศาสนสมบัติของกรมการศาสนา มิใช่ของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยทำสัญญาเช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์จริงและได้ลงลายมือชื่อให้ไว้ในสัญญาเช่า จึงพิพากษาขับไล่จำเลย คำพิพากษาดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว ดังนั้นคดีนี้จึงเป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยในฐานะผู้เช่าออกจากที่ดินของโจทก์อันมีค่าเช่าในขณะยื่นคำฟ้องเพียงปีละ 100 บาท ไม่มีการต่อสู้เรื่องกรรมสิทธิ์ อุทธรณ์และฎีกาของจำเลยเป็นการโต้แย้งดุลพินิจของศาลชั้นต้นถึงพฤติการณ์แห่งคดีว่า มีเหตุให้งดการบังคับคดีไว้ได้หรือไม่ เพียงใด จึงเป็นอุทธรณ์และฎีกาในข้อเท็จจริง ซึ่งในชั้นอุทธรณ์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา แม้ศาลชั้นต้นจะได้สั่งรับฎีกาของจำเลยก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่วินิจฉัยให้

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยกอุทธรณ์และฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้แก่จำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกา นอกจากนี้ให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000681.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550